Text Size

เกี่ยวกับฉัน

ข้อมูลทั่วไป

เพศ
หญิง
วันเกิด
28/10/2506

ข้อมูลทั่วไปโรงเรียน/สถานศึกษา

ข้อมูลการติดต่อ

การศึกษา

วุฒิการศึกษาสูงสุด
กศ.ม
สถาบันการศึกษา
มหาสารคาม
วิชาเอก
เทคโนโลยีการศึกษา
ปีที่สำเร็จการศึกษา
2550

การทำงาน

ตำแหน่ง
ครู
วิทยฐานะ
ชำนาญการ
wilaiwan
wilaiwan
  • เป็นสมาชิกเมื่อ
  • วันพุธที่ 21 เมษายน 2010 เวลา 21:48 น.
  • ออนไลน์ล่าสุด
  • 4 ปี ที่ผ่านมา
  • ผู้เข้าเยี่ยมชม
  • 11275 ครั้ง
  • wilaiwanนายสุพจน์ เจียมใจ ผอ.สพป.บร.1 ตั้งแต่เปิดเทอมมาได้สอนนักเรียน ไม่ถึง 5 วัน เลย ทำไมกิจกรรมเยอะจังค่ะ อะไรก็ลงที่ครู กรรมการวันกระทงก็ครู วิทยากร ลูกเสือชาวบ้านก็ใช้ครู พอมีกิจกรรมเด็กก้ต้องหยุด ประชุมกิจกรรมกลุ่มเล็กๆน้อยครูต้องทิ้งเด็ก ดิฉันสงสารเด็กค่ะ เพราะดิฉันเป็นครูหน้าที่คืออบรมสั่งสอน แต่มีเวลาให้เด็กน้อยจัง ทำไมระบบเรารัฐบาลเราไม่ทำเหมือนระบบเอกชน ครูมีหน้าที่สอนก็สอนอย่างเดียว บางห้องครูมี 2 สองคน ครูเราส่งครูลูกตัวเองไปเรียนที่อื่นหมดและ โรงเรียนที่ตนเองสอนไม่ยอมให้ลูกตัวเองเรียน หมายความว่าอย่างไร น่าคิดนะ เราก็ครู เขาก้ครู ทำไมเราส่งลูกตัวเองไปเรียนที่อื่น เพราะอะไร หรือว่าไม่เวลาสอน มีแต่กิจกรรม หรือเพราะค่านิยม คงประกอบกันหลายอย่างเนาะ
    profile 1783 วัน ที่ผ่านมา
  • wilaiwan อัพโหลดรูปประจำตัวใหม่
    profile 2115 วัน ที่ผ่านมา
  • wilaiwan เขียนบล็อก จันทรุปาคา ...

    จันทรุปาคา เป็นปรากฏการณ์ ที่โลกบังแสงดวงอาทิตย์ไม่ให้ไปกระทบที่ดวงจันทร์ ในบริเวณดวงอาทิตย์ในวันเพ็ญ ( ขึ้น 15 ค่ำ ) โดยโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกไปบังดวงจันทร์

    การเกิดจันทรุปราคา หรือเรียกอีกอย่างว่า จันทคราส คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันเพ็ญ ( ขึ้น 15 ค่ำ) เมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในระนาบเส้นตรงเดียวกับโลกและดวงอาทิตย์ทำให้เงาของโลกบังดวงจันทร์คนบนซีกโลกซึ่งควรจะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในคืนวันเพ็ญจึงมองเห็นดวงจันทร์ในลักษณะต่างๆ เช่น “ จันทรุปราคาเต็มดวง” เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าไปในเงามืดของโลก จึงทำคนบนซีกโลกที่ควรเห็นดวงจันทร์เต็มดวง กลับเห็นดวงจันทร์ซึ่งเป็นสีเหลืองนวลค่อยๆ มืดลง กินเวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง จากนั้นจึงจะเห็นดวงจันทร์ เป็นสีแดงเหมือนสีอิฐเต็มดวง เพราะได้รับแสงสีแดงซึ่งเป็นคลื่นที่ยาวที่สุดและบรรยากาศโลกหักเหไปกระทบกับดวงจันทร์ ส่วน “ จันทรุปราคาบางส่วน” เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าไปในเงามือของโลกเพียงบางส่วน จึงทำให้เห็นดวงจันทร์เพ็ญบางส่วนมืดลงและบางส่วนมีสีอิฐขณะเดียวกันอาจเห็นเงาของโลกเป็นขอบโค้งอยู่บนดวงจันทร์ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าโลกกลม
    ผลกระทบ การเกิดจันทรุปราคาไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเพราะเป็นช่วงกลางคืน แต่คนสมัยก่อนมีความเชื่อเช่นเดียวกับการเกิดสุริยุปราคา โดยเชื่อว่า “ราหูอมจันทร์” ซึ่งจะนำความหายนะ และภัยพิบัติมาสู่โลก คนจีนและคนไทยจึงแก้เคล็ดคล้ายกันเช่น ใช้วิธส่งเสียงขับไล่ คนจีนจุดประทัด ตีกะทะ ส่วนคนไทยก็เล่นกันก็ตีกะลา เอาไม้ตำน้ำพริกไปตีต้นไม้ เอาผ้าถุงไปผูกเพื่อล้างความโชคร้ายและให้ราหูโลกอมจันทร์”

               

     

     

     

     

    จัดทำโดยนายอภิชาติ  พงษ์ภู่
    โรงเรียนบ้านวังพร้าว กิ่งอ.บึงนาราง จ.พิจิตร
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 2
    โดยการสนับสนุนจาก กลุ่มผลิตสื่อและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
    สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
    และขอขอบคุณอาจารย์พูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กทม.

    myblog 2138 วัน ที่ผ่านมา
  • wilaiwan ปรับปรุง/แก้ไขบล็อก รู้เขารู้เรา...
     

    กศน.ตะลุยโฮจิมิน'รู้เขา รู้เรา'ก้าวแรกสู่อาเซียน

    วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม 2554 เวลา 0:00


    นาทีนี้ทุกหน่วยงานต่างตีฆ้องร้องป่าว ให้รับรู้กันทั่วว่า ปี
    2558 ความเป็นประชาคมอาเซียน ที่มีการผนึกกำลังรวมกันเป็น ตลาดและฐานการผลิตเดียวของกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเกิดขึ้น โดยเปิดประตูให้สมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และ พม่า สามารถทำการค้าขาย แลกเปลี่ยนบริการ การลงทุนข้ามพรมแดน ตลอดจนผู้ใช้แรงงาน สามารถเดินทางไปประกอบอาชีพในประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี

    สิ่งที่ประชาชนของแต่ละประเทศต้องเตรียมตัว คือ การศึกษาเรื่องราวของประเทศในกลุ่มสมาชิก เพื่อให้รู้เขา รู้เรา ปรับตัวและตั้งรับได้ทัน แต่ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ดังนั้นบุคลากรในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค นำทีมโดย นายประเสริฐ  บุญเรือง เลขาธิการ กศน.จึงร่วมด้วยช่วยกันควักกระเป๋าลงขัน  บินไปดูงานการจัดการศึกษานอกโรงเรียน และแหล่งเรียนรู้ ณ นครโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

    เวียดนาม เป็น 1 ในประเทศสมาชิกอาเซียน ที่มีประชากรมากกว่า 89 ล้านคน บนพื้นที่ 331,690 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 13 ของโลก แบ่งเขตการปกครองเป็น 58 จังหวัด ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวเจ้า ยางพารา ชา กาแฟ ยาสูบ พริกไทย มีอุตสาหกรรมที่สำคัญ คือ ทอผ้า ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียน ไทยเข้าไปลงทุนเป็นอันดับ 3 รองจากมาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต การก่อสร้างสำนักงาน ที่อยู่อาศัย การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและการแปรรูปอาหาร

    โฮจิมินห์ซิตี้ หรือ ไซ่ง่อน เป็นอดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ ที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว  อดีตเมืองหลวงแห่งนี้มีประชากรอยู่ถึง 10 ล้านคน ซึ่งคนที่นี่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการสัญจรกว่า 5 ล้านคัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าถนนแทบทุกเส้นทางจะเต็มไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์ และเสียงบีบแตรให้ได้ยิน จนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเวียดนามไปแล้ว

    แหล่งเรียนรู้ที่ชาวทัวร์ กศน.เลือกไปดู คือ การย้อนรอยประวัติศาสตร์เวียดนาม โดยมีจุดที่สำคัญที่ อุโมงค์กู๋จี  ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่มีความยาวถึง 200 กิโลเมตร ขุดโดยพวกเวียดกง เพื่อหลบหนีการทำลายจากระเบิดเพลิงของทหารอเมริกัน  ภายในอุโมงค์ถูกสร้างเป็นทั้งห้องนอน ห้องบัญชาการ ห้องประชุม และสนามฝึกทหาร เรียกได้ว่าใช้ชีวิตบนดินอย่างไร เมื่อลงไปใต้ดินก็แทบจะไม่ต่างกัน หลังจากนั้นก็ไปเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ไปรษณีย์กลาง  โบสถ์นอร์ทเทรอดาม  ทำเนียบอดีตประธานาธิบดีเวียดนามใต้  ศาลาว่าการและอนุสาวรีย์ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และตบท้ายด้วยพิพิธภัณฑ์สงคราม ซึ่งรวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์ อาทิ เครื่องบินขับไล่ รถถังที่ใช้ในสงครามเวียดนาม และภาพประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามเวียดนามกับกองทัพอเมริกัน ที่ถ่ายทอดถึงความรู้สึกต่าง ๆ เกี่ยวกับการปกป้องประเทศ การเสียสละเลือดเนื้อของชาวเวียดนามอย่างชัดเจน โดยแหล่งเรียนรู้เหล่านี้มีชาวเวียดนามทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ความสนใจเข้ามาเยือนจำนวนมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเวียดนามได้ปลูกฝังความรักชาติให้แก่คนรุ่นหลังผ่านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้เหล่านี้ไว้อย่างเป็นระบบ
    เรื่องที่ต้องทึ่งจนทำเอาชาวคณะหนักใจกันนิด ๆ คือ สินค้าของชาวเวียดนามที่นำมาเสนอขายตลอดเส้นทางที่ไปดูงาน โดยส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากงานฝีมือ อาทิ กระเป๋าปัก เสื้อผ้า ภาพวาด ตลอดจนงานไม้ฝังมุกในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกล่องใส่เครื่องประดับ แจกัน ที่ใส่นามบัตร แถมลงสีสันงดงามแปลกตา ซึ่งมีราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ ที่น่าสนใจไปกว่านั้น พ่อค้าแม่ค้าสามารถใช้ภาษาไทยในการขายสินค้าให้แก่คณะทัวร์ไทย และยินดีรับเงินบาทด้วย ขณะเดียวกันก็ยังใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้เป็นอย่างดี
    การศึกษาดูงานครั้งนี้ เพื่อให้บุคลากร กศน.ได้เห็นประเทศเวียดนาม ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รูปแบบการจัดพิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ด้วยตาของตนเอง เพื่อให้เกิดความตื่นตัวพร้อมรับการเปิดประตูอาเซียน”  นายประเสริฐ เล่าถึงจุดประสงค์ในการเดินทางและว่า ที่ผ่านมา กศน. มีการจัดการศึกษาอาชีพร่วมกับเวียดนาม ใน จังหวัดกวางตรี จำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนกาบแท่น อ.กามโหล่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเฮืองเหียบ อ.เฮืองหว๋า และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวบ๋าว อ.ดักลอง เกี่ยวกับการทำปุ๋ยชีวภาพ การประกอบอาหารไทย เป็นต้น แต่ในอนาคต กศน.จะต้องมาจัดการศึกษาทั้งสายสามัญศึกษาและสายอาชีพให้แก่คนไทยที่เดินทางมาอยู่ในประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้คนไทยมีความรู้ในการพัฒนาอาชีพของตนเอง และไม่ลืมความเป็นไทย ซึ่งไม่ว่าคนไทยจะอยู่ที่ไหน ทั้งผู้ปกครอง ลูก หลานต้องได้เรียนรู้ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และตนก็เชื่อว่าคนไทยแม้จะอยู่ต่างแดน  แต่ก็ยังรัก หวงแหนประเทศไทย และจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย
    เลขาธิการ กศน. ยังบอกด้วยว่า จากนี้ไปชาว กศน.ตั้งแต่ระดับผู้บริหารระดับสูงลงไป จะต้องมีการฝึกอบรมพัฒนาเรื่องภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ทุกคนจะต้องรื้อฟื้นให้สามารถใช้ในการสื่อสารได้ และใครใกล้พื้นที่ใดก็ต้องพูดภาษาของประเทศเพื่อนบ้านในแถบนั้น ๆ ได้อีกด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องสอนประชาชนในพื้นที่ให้เรียนรู้และมีความตื่นตัวรับการเป็นประชาคมอาเซียน  เชื่อว่า กศน.จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคนไทยให้เข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มภาคภูมิ
    การเปิดประตูอาเซียนถือเป็นดาบสองคม ที่ต้องรู้เขารู้เรา หากเราสามารถปรับตัวได้ก่อน เรียนรู้ที่จะใช้โอกาสจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เร็ว ย่อมสร้างความได้เปรียบ แต่ในทางกลับกัน หากเราไม่พร้อมรับมือการเปิดประตูครั้งนี้ อาจกลายเป็นมหันตภัยที่ส่งผลกระทบอย่างหลีกหนีไม่พ้น.

    ณัชชารีย์  วิเชียรรัตน์

    myblog 2196 วัน ที่ผ่านมา
  • wilaiwan เขียนบล็อก รู้เขารู้เรา...
     

    กศน.ตะลุยโฮจิมิน'รู้เขา รู้เรา'ก้าวแรกสู่อาเซียน

    วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม 2554 เวลา 0:00

    เนื้อหาข่าว

    นาทีนี้ทุกหน่วยงานต่างตีฆ้องร้องป่าว ให้รับรู้กันทั่วว่า ปี 2558 ความเป็นประชาคมอาเซียน ที่มีการผนึกกำลังรวมกันเป็น ตลาดและฐานการผลิตเดียวของกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเกิดขึ้น โดยเปิดประตูให้สมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และ พม่า สามารถทำการค้าขาย แลกเปลี่ยนบริการ การลงทุนข้ามพรมแดน ตลอดจนผู้ใช้แรงงาน สามารถเดินทางไปประกอบอาชีพในประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี

    สิ่งที่ประชาชนของแต่ละประเทศต้องเตรียมตัว คือ การศึกษาเรื่องราวของประเทศในกลุ่มสมาชิก เพื่อให้รู้เขา รู้เรา ปรับตัวและตั้งรับได้ทัน แต่ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ดังนั้นบุคลากรในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค นำทีมโดย นายประเสริฐ  บุญเรือง เลขาธิการ กศน.จึงร่วมด้วยช่วยกันควักกระเป๋าลงขัน  บินไปดูงานการจัดการศึกษานอกโรงเรียน และแหล่งเรียนรู้ ณ นครโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

    เวียดนาม เป็น 1 ในประเทศสมาชิกอาเซียน ที่มีประชากรมากกว่า 89 ล้านคน บนพื้นที่ 331,690 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 13 ของโลก แบ่งเขตการปกครองเป็น 58 จังหวัด ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวเจ้า ยางพารา ชา กาแฟ ยาสูบ พริกไทย มีอุตสาหกรรมที่สำคัญ คือ ทอผ้า ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียน ไทยเข้าไปลงทุนเป็นอันดับ 3 รองจากมาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต การก่อสร้างสำนักงาน ที่อยู่อาศัย การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและการแปรรูปอาหาร

    โฮจิมินห์ซิตี้ หรือ ไซ่ง่อน เป็นอดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ ที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว  อดีตเมืองหลวงแห่งนี้มีประชากรอยู่ถึง 10 ล้านคน ซึ่งคนที่นี่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการสัญจรกว่า 5 ล้านคัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าถนนแทบทุกเส้นทางจะเต็มไปด้วยรถมอเตอร์ไซค์ และเสียงบีบแตรให้ได้ยิน จนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเวียดนามไปแล้ว

    แหล่งเรียนรู้ที่ชาวทัวร์ กศน.เลือกไปดู คือ การย้อนรอยประวัติศาสตร์เวียดนาม โดยมีจุดที่สำคัญที่ อุโมงค์กู๋จี  ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่มีความยาวถึง 200 กิโลเมตร ขุดโดยพวกเวียดกง เพื่อหลบหนีการทำลายจากระเบิดเพลิงของทหารอเมริกัน  ภายในอุโมงค์ถูกสร้างเป็นทั้งห้องนอน ห้องบัญชาการ ห้องประชุม และสนามฝึกทหาร เรียกได้ว่าใช้ชีวิตบนดินอย่างไร เมื่อลงไปใต้ดินก็แทบจะไม่ต่างกัน หลังจากนั้นก็ไปเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ไปรษณีย์กลาง  โบสถ์นอร์ทเทรอดาม  ทำเนียบอดีตประธานาธิบดีเวียดนามใต้  ศาลาว่าการและอนุสาวรีย์ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และตบท้ายด้วยพิพิธภัณฑ์สงคราม ซึ่งรวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์ อาทิ เครื่องบินขับไล่ รถถังที่ใช้ในสงครามเวียดนาม และภาพประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามเวียดนามกับกองทัพอเมริกัน ที่ถ่ายทอดถึงความรู้สึกต่าง ๆ เกี่ยวกับการปกป้องประเทศ การเสียสละเลือดเนื้อของชาวเวียดนามอย่างชัดเจน โดยแหล่งเรียนรู้เหล่านี้มีชาวเวียดนามทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ความสนใจเข้ามาเยือนจำนวนมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเวียดนามได้ปลูกฝังความรักชาติให้แก่คนรุ่นหลังผ่านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้เหล่านี้ไว้อย่างเป็นระบบ
    เรื่องที่ต้องทึ่งจนทำเอาชาวคณะหนักใจกันนิด ๆ คือ สินค้าของชาวเวียดนามที่นำมาเสนอขายตลอดเส้นทางที่ไปดูงาน โดยส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากงานฝีมือ อาทิ กระเป๋าปัก เสื้อผ้า ภาพวาด ตลอดจนงานไม้ฝังมุกในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกล่องใส่เครื่องประดับ แจกัน ที่ใส่นามบัตร แถมลงสีสันงดงามแปลกตา ซึ่งมีราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ ที่น่าสนใจไปกว่านั้น พ่อค้าแม่ค้าสามารถใช้ภาษาไทยในการขายสินค้าให้แก่คณะทัวร์ไทย และยินดีรับเงินบาทด้วย ขณะเดียวกันก็ยังใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้เป็นอย่างดี
    การศึกษาดูงานครั้งนี้ เพื่อให้บุคลากร กศน.ได้เห็นประเทศเวียดนาม ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รูปแบบการจัดพิพิธภัณฑ์ และแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ด้วยตาของตนเอง เพื่อให้เกิดความตื่นตัวพร้อมรับการเปิดประตูอาเซียน”  นายประเสริฐ เล่าถึงจุดประสงค์ในการเดินทางและว่า ที่ผ่านมา กศน. มีการจัดการศึกษาอาชีพร่วมกับเวียดนาม ใน จังหวัดกวางตรี จำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนกาบแท่น อ.กามโหล่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเฮืองเหียบ อ.เฮืองหว๋า และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลาวบ๋าว อ.ดักลอง เกี่ยวกับการทำปุ๋ยชีวภาพ การประกอบอาหารไทย เป็นต้น แต่ในอนาคต กศน.จะต้องมาจัดการศึกษาทั้งสายสามัญศึกษาและสายอาชีพให้แก่คนไทยที่เดินทางมาอยู่ในประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้คนไทยมีความรู้ในการพัฒนาอาชีพของตนเอง และไม่ลืมความเป็นไทย ซึ่งไม่ว่าคนไทยจะอยู่ที่ไหน ทั้งผู้ปกครอง ลูก หลานต้องได้เรียนรู้ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และตนก็เชื่อว่าคนไทยแม้จะอยู่ต่างแดน  แต่ก็ยังรัก หวงแหนประเทศไทย และจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย
    เลขาธิการ กศน. ยังบอกด้วยว่า จากนี้ไปชาว กศน.ตั้งแต่ระดับผู้บริหารระดับสูงลงไป จะต้องมีการฝึกอบรมพัฒนาเรื่องภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ทุกคนจะต้องรื้อฟื้นให้สามารถใช้ในการสื่อสารได้ และใครใกล้พื้นที่ใดก็ต้องพูดภาษาของประเทศเพื่อนบ้านในแถบนั้น ๆ ได้อีกด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องสอนประชาชนในพื้นที่ให้เรียนรู้และมีความตื่นตัวรับการเป็นประชาคมอาเซียน  เชื่อว่า กศน.จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคนไทยให้เข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มภาคภูมิ
    การเปิดประตูอาเซียนถือเป็นดาบสองคม ที่ต้องรู้เขารู้เรา หากเราสามารถปรับตัวได้ก่อน เรียนรู้ที่จะใช้โอกาสจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เร็ว ย่อมสร้างความได้เปรียบ แต่ในทางกลับกัน หากเราไม่พร้อมรับมือการเปิดประตูครั้งนี้ อาจกลายเป็นมหันตภัยที่ส่งผลกระทบอย่างหลีกหนีไม่พ้น.

    ณัชชารีย์  วิเชียรรัตน์

    myblog 2196 วัน ที่ผ่านมา
  • wilaiwan และ เบญจมาศ ลี้ทวีสุข เป็นเพื่อนกันแล้ว
    friends 2264 วัน ที่ผ่านมา
  • น้ำมะพร้าว' ถือเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ เพราะต้นมะพร้าวมีลำต้นสูง
    ต้องผ่านการกลั่นกรองตามชั้นต่างๆ ของลำต้นกว่าจะถึงลูกมะพร้าวที่อยู่ข้างบน น้ำมะพร้าวที่ได้มาจึงบริสุทธิ์มาก และอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี แถมยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ภายใน 5 นาที และยังเป็นประโยชน์ในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกายด้วยค่ะ

    - น้ำมะพร้าวช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์
    การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง นอกจากนี้ การดื่ม น้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นอีกด้วยค่ะ


    - น้ำมะพร้าวช่วยให้ผิวพรรณสดใส
    น้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และในน้ำมะพร้าวยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ดี แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย (คล้ายๆ กับการทำดีท็อกซ์) จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายในช่วงที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกค่ะ..


    - น้ำมะพร้าว 'สปอร์ตดริ๊งค์' จากธรรมชาติ
    เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากอาการท้องเสียหรือท้องร่วงได้ จึงจัดเป็นสปอร์ตดริ๊งค์ ( Sport Drink) สามารถดื่มหลังการสูญเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ ในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ยังนิยมดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อลดอาการเมาหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วยค่ะ 


    ***น้ำมะพร้าวเป็นอาหารบริสุทธิ์ และเต็มไปด้วยกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปใช้ได้ง่าย นอกจากนั้นมะพร้าวยังเป็นผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูง สามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไป หมอพื้นบ้านไทยถือกันว่า มะพร้าวเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูกได้ ส่วนคนจีนเชื่อว่า น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่เป็นทั้งหยินและหยาง มีสรรพคุณในการขับพยาธิ สำหรับคนไข้ที่อาเจียนและท้องร่วงในเวลาเดียวกัน สามารถดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมกลูโคสไปใช้ในเวลาอันรวดเร็วได้.. 

    ***น้ำมะพร้าวดื่มได้ทุกวัน ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือน้ำที่ผ่านการปรุงแต่ง เพราะไม่ทำให้เกิดพิษหรือทัอกซินขึ้นในร่างกาย แต่สำหรับคนที่เป็นโรคไตและโรคเบาหวานไม่ควรดื่ม เพราะน้ำมะพร้าวมีความหวาน ไม่เหมาะกับโรคดังกล่าวค่ะ 

    ***น้ำมะพร้าวเปิดลูกแล้วควรดื่มเลย ไม่ควรทิ้งไว้นาน ถ้าเราตัดหรือหั่นผลไม้ อย่าทิ้งไว้เกินครึ่งชั่วโมง แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ตามค่ะ ควรกินให้หมดในครั้งเดียว ผลไม้แต่ละอย่างจะมีพลังชีวิต ถ้ากินผลไม้สุกจากต้นจะได้รับพลังชีวิตสูง หากเก็บทิ้งค้างไว้ พลังชีวิตหรือคุณค่าของผลไม้จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เก็บค่ะ..


    .. อย่าลืมดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเองค่ะ..

    myblog 2275 วัน ที่ผ่านมา
  •        Science Translational Medicine รายงานว่าปลามีกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งช่วยป้องกันจอตาอักเสบได้ จอตาอักเสบเป็นโรคตาโรคหนึ่งที่อาจทำให้ผู้ป่วยตาบอดได้ มักพบในเด็กแรกเกิดและผู้ป่วยเบาหวาน

    จอตาอักเสบเป็นโรคที่ทำให้หลอดเลือดที่เจริญผิดปกติเติบโตในเรตินา เรตินาเป็นเนื้อเยื่อที่มีลักษณะอ่อนนุ่มอยู่ด้านหลังดวงตา การที่เส้นเลือดเจริญเข้าไปในเรตินาส่งผลให้เรตินาหลุดลอกตัวออกจากด้านหลังของดวงตา ทำให้สูญเสียการมองเห็น

    ดร.  Lois Smith ศาสตราจารย์ด้านจักษุวิทยาจากมหาวิทยาลัย Harvard Medical School กล่าวว่า พบโรคจอตาอักเสบในผู้ป่วยจำนวนมากกว่าครึ่งของผู้ที่เป็นเบาหวานมากว่า 25 ปี และมักพบในผู้ที่เป็นโรคอ้วน รายงานการศึกษาพบว่าผู้ที่ทานปลามีอัตราการเกิดโรคนี้น้อยลง  Smith และคณะจึงร่วมกันศึกษากลไกในร่างกายว่า การทานปลาช่วยป้องกันการเกิดโรคนี้อย่างไร

    ในการทดลอง Smith และคณะให้หนูทดลองทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 สูง และพบว่าการทานอาหารลักษณะนี้ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเส้นเลือดที่ผิดปกติในเรตินาได้ โดยพบว่าเอนไซม์ที่มีบทบาทป้องกันการเกิดความผิดปกตินี้คือ 5-lipoxygenase หรือ 5-LOX ซึ่งมีหน้าที่เปลี่ยน omega-3 ไปเป็นกรดชนิด 4-HDHA ซึ่งช่วยชะลอการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของหลอดเลือด

    Smith กล่าวต่อว่า ทีมวิจัยพบกลไกสำคัญในการป้องกันโรคนี้ของกรดไขมันจากปลา ซึ่งท้ายสุดจะเปลี่ยนไปอยู่ในรูป  4-HDHA  ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันโรคโดยตรง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการป้องกันโรคและความรุนแรงจากโรคจอตาอักเสบและสำหรับผู้ที่มีอาการปานกลางการให้โอเมกา 3 อาจช่วยระงับความรุนแรงได้

    นอกจากนั้นทีมวิจัยยังพบว่าการทานแอสไพรินหรือยาระงับความเจ็บปวดชนิดอื่นไม่มีผลกระทบต่อการทานโอเมกา 3 เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานบางรายต้องทานแอสไพรินเพื่อป้องกันโรคหัวใจ

    ปัจจุบัน Smith ทำงานอยู่ที่ศูนย์วิจัยจักษุแห่งสหรัฐฯ(US National Eye Institute) ซึ่งมีการให้โอเมกา 3 ทานเสริมกับผู้ป่วยที่เป็นโรคจุดรับภาพเสื่อมโดยมีกำหนดเก็บผลในปี 2013

    myblog 2402 วัน ที่ผ่านมา
  • wilaiwan เปลี่ยนภาพแทนตัวใหม่
    profile 2402 วัน ที่ผ่านมา
  • ดาวดวงแรกที่กำเนิดขึ้นในเอกภพ ไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่เราเคยเข้าใจ ผลจากการศึกษาล่าสุดพบว่า ในยุคแรกเริ่มนั้น น่าจะมีดวงดาวเกิดขึ้นมากมาย เมื่อแถบจานก๊าซที่อยู่รอบๆ ได้แตกกระจายระหว่างก่อเกิดดวงดาว และได้ให้กำเนิดดาวพี่น้องจากเศษซากที่แตกกระจายนั้น

                   ข้อมูลล่าสุดที่เผยออกมานี้ ไซน์เดลีระบุว่า เป็นผลจากการศึกษาโดยใช้แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ ด้วยความร่วมมือของนักวิจัยจากศูนย์ดาราศาสตร์มหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg University) ในสหรัฐฯ ร่วมกับคณะจากสถาบันดาราศาสตร์ฟิสิกส์มักซ์พลังก์ (Max Planck Institute for Astrophysics) ในเยอรมนี และมหาวิทยาลัยเท็กซัสออสติน (University of Texas at Austin) ในสหรัฐฯ ได้เผยให้เห็นผลคำนวณการก่อตัวของดาวดวงแรกหลังระเบิดบิกแบง (Big Bang) ในรูปแบบใหม่ และได้เผยแพร่ลงวารสารไซน์ (Science)

                   ดวงดาวทั้งหลายมีวิวัฒนาการขึ้นมาจากเมฆก๊าซอวกาศ ที่มีการปะทะรุนแรงและยุ่งเหยิงระหว่างแรงโน้มถ่วงและความดันภายในของก๊าซ ความหนาแน่นของก๊าซเองเพิ่มขึ้นตามแรงโน้มถ่วงของตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุให้ก๊าซร้อนขึ้น ตามมาด้วยความดันที่เพิ่มขึ้น และกระบวนการบีบอัดจนก๊าซนั้นอยู่นิ่ง หากก๊าซนั้นขจัดพลังงานเชิงความร้อนออกไป การบีบอัดก็จะเกิดขึ้นต่อไปได้ และดาวดวงใหม่ก็จะกำเนิดขึ้นมา

                   กระบวนการเย็นตัวนี้ จะได้ผลดีเฉพาะเมื่อก๊าซนั้นมีองค์ประกอบเคมีอย่างคาร์บอนหรือออกซิเจน การก่อตัวในรูปแบบนี้โดยปกติจะให้มวลต่ำ อย่างดวงอาทิตย์ของเราเป็นต้น หากแต่เอกภพในยุคแรกเริ่มนั้น ยังไม่มีธาตุเหล่านี้อุบัติขึ้น ดังนั้น ก๊าซอวกาศในยุคก่อเกิดนั้นจึงเย็นตัวได้ไม่มากนัก ซึ่งสอดคล้องกับแบบจำลองทางทฤษฎีส่วนใหญ่ที่คาดการณ์ว่า มวลของดาวในยุคเริ่มต้นนั้นน่าจะมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราเป็นร้อยเท่า

                   ดร.พอล คลาร์ค (Dr.Paul Clark) นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ของไฮเดลเบิร์ก และคณะได้ร่วมกันค้นหาความจริงในกระบวนการดังกล่าว โดยใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่มีความละเอียดสูง การค้นพบของพวกเขาชี้ว่า เราต้องกลับมาทบทวนพื้นฐานเกี่ยวกับเอกภพในยุคเริ่มต้นว่า ไม่ได้มีเพียงประชากรดวงดาวขนาดใหญ่ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเท่านั้น

                   เหตุผลคือฟิสิกส์ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่เรียกว่าแถบจาน ที่เป็นส่วนปรพกอบในการเกิดของดาวยุคแรกๆ ก๊าซรอบดาวเกิดใหม่ที่กำลังหมุน ไม่อาจตกเข้าสู่ดวงดาวได้ตรงๆ แต่ได้ก่อให้เกิดโครงการคล้ายแถบจาน มีเพียงการเสียดสีภายในเท่านั้น ที่ทำให้ก๊าซไหลเข้าสู่ดวงดาวได้ หากมีมวลมากขึ้นตกเข้าสู่แถบจานนี้ก็จะสามารถขนถ่ายสู่ภายในได้ และกลายเป็นว่าเกิดการไม่เสถียรและแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดังนั้นแทนที่ก่อเกิดดวงดาวเพียงดวงเดียวที่ใจกลางก็กลายเป็นกลุ่มดาวจำนวน มากก่อตัวขึ้นมาแทน และระยะห่างระหว่างดาวบางดวงยังใกล้กันมากพอๆ กับระยะทางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์

                   ตามข้อมูลของ ดร.คลาร์คนี้ ได้เป็นประตูสู่หนทางใหม่ๆ ในการตรวจหาดาวดวงแรกในเอกภพ ในระยะสุดท้ายของดวงดาวเหล่านี้นั้น ระบบดาวคู่หรือระบบหลายดวงจะผลิตการระเบิดรังสีเอกซ์หรือรังสีแกมมาที่ รุนแรงออกมา ดังนั้น ปฏิบัติการอวกาศในอนาคตจึงวางแผนที่จะติดตามหาการระเบิดนี้จากเอกภพในยุคต้นๆ นอกจากนี้ยังอาจเข้าใจได้ว่าดาวบางดวงในยุคแรกๆ นั้นอาจถูกขว้างออกมาจากกลุ่มผ่านการชนกับดาวเพื่อนบ้านก่อนที่ดาวเหล่านั้น จะมีโอกาสได้สะสมมวลมากๆ ต่างจากดาวมวลมากที่มีอายุสั้น สำหรับดาวมวลน้อยนั้นอาจจะอยู่รอดได้หลายพันล้านปี

                   “ช่างน่าทึ่งดาวมวลน้อยในยุคเริ่มต้น อาจยังอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ ให้เราได้พิสูจน์ระยะแรกสุดของการก่อตัวดวงดาวและกาแลกซีจากสวนอวกาศหลัง บ้านของเราเอง” ดร.คลาร์คกล่าว

                   สำหรับทีมวิจัยที่ร่วมศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ดร.ไซมอน กลอฟเวอร์ (Dr.Simon Glover) ดร.โรวัน สมิธ (Dr.Rowan Smith) และ ดร.พอล คลาร์ค (Dr.Paul Clark) จากกลุ่มวิจัยการก่อตัวของดวงดาวของศูนย์ดาราศาสตร์มหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ที่มี ศ.ดร.ราล์ฟ เคลสเซน (Prof. Dr. Ralf Klessen) เป็นหัวหน้าศูนย์ ในงานวิจัยนี้ยังมี ดร.โธมัส ไกร์ฟ (Dr.Thomas Greif) จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศสตร์มักซ์พลังก์ และ ศ.ดร.วอลเกอร์ บรอมม์ (Prof.Dr.Volker Bromm) จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส.

    myblog 2412 วัน ที่ผ่านมา
  • wilaiwan เปลี่ยนภาพแทนตัวใหม่
    profile 2487 วัน ที่ผ่านมา
  • ดาวอังคาร (Mars) 

       

                  ดาวอังคาร  บางทีก็เรียกกันว่า  ดาวแดง  เพราะผิวพื้นเป็นหินสีแดง หินบนดาวอังคารที่มีสีแดงก็เพราะเกิดสนิมท้องฟ้าของดาวดังคารเป็นสีชมพู เพราะฝุ่นจากหินแดงที่ว่านี้   ผิวของดาวอังคารเหมือนกับทะเลหินแดง มีก้องหินใหญ่และหลุมลึก ภูเขาสูง หุบ เหว และเนินมากมาย หนึ่งปีบนดาวอังคารเกือบเทาสองปีโลก แต่หนึ่งวันบนดาวอังคารจะนานกว่าครึ่งชั่งโมงโลกเพียงเล็กน้อยดาวอังคารมี อากาศห่อหุ้มอยู่ไม่มากและเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลมพัดแรงจัดทำให้ฝุ่นฟุ้ง ไปทั้งดวงดาว ดาวอังคารมีขนาดโตประมาณครึ่งหนึ่งของโลก ดาวอังคารอยูไกลดวงอาทิตย์มากกว่าโลกจึงทำให้มีบรรยากาศหนาวเย็น อุณหภูมิบนดาวดวงนี้จะต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
                  ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่ได้รับ ความสนใจมากที่สุด ในบรรดาดาวเคราะห์บนฟ้าทั้งหมด เพราะเคยมีคนเชื่อว่า มีมนุษย์อยู่บนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้ ดาวอังคารยังเป็นดาวเคราะห์ที่มีโอกาสเข้ามาใกล้โลกเกือบพอๆ กับดาวศุกร์ โดยระยะใกล้ที่สุดจะอยู่ภายใน 40 ล้านกิโลเมตร เมื่อใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่มีกำลังแยกภาพสูงสุด ส่องดาวอังคารขณะอยู่ใกล้โลกที่สุด จะเห็นรายละเอียดได้ถึง 150 กิโลเมตร ซึ่งเทียบได้กับการเห็นริ้วรอยบนดวงจันทร์ด้วยตาเปล่า ที่กำลังแยกภาพขนาดนี้จะไม่เห็นรายละเอียดของพื้นผิว เช่นไม่เห็นภูเขาหรือหุบเหว หรือหลุมบ่อของดาวอังคาร แต่จะเห็นโครงสร้างใหญ่ๆ เช่นขั้วน้ำแข็งสีขาว หรือริ้วรอยสีคล้ำซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลของดาวอังคาร สาเหตุที่มีผู้เชื่อว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่บนดาวอังคาร เนื่องจากนักดาราศาสตร์ชาวอิตาลีชื่อ จิโอวานนี ชิอาพาเรลลี รายงานเมื่อ พ.ศ. 2420 ว่าเขาได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่งพบร่องที่เป็นเส้นตรงจำนวนมากบนพื้นผิว และเรียกเป็นภาษาอิตาลีว่า คานาลี (canale) ซึ่งมีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษว่า channel (ช่องหรือทาง) แต่คนอังกฤษเอาไปแปลว่า canal (คลอง) อันเป็นสิ่งซึ่งต้องขุดสร้างขึ้น ผู้ขุดสร้างคลองบนดาวอังคารจึงต้องเป็นมนุษย์ดาวอังคาร เพื่อนำน้ำจากขั้วมายังบริเวณศูนย์สูตรสำหรับการเพาะปลูก จุดนี้เองที่นำไปสู่การเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้เชื่อว่ามีมนุษย์ดาวอังคาร ซึ่งจะเดินทางมาบุกโลก ผู้ที่สนับสนุกความคิดเรื่องมนุษย์ดาวอังคารสร้างคลองส่งน้ำเพื่อการเพาะ ปลูก คือ เปอร์ซิวัล โลเวลล์ นักดาราศาสตร์อเมริกันและเป็นสมาชิกของครอบครัวที่มั่งคั่งในรัฐแอริโซนา เขาได้ทำแผนที่แสดงคลองต่างๆ บนดาวอังคาร แต่ต่อมามีนักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังแยกภาพที่ดีกว่า ตรวจไม่พบคลองบนดาวอังคาร แต่ชาวบ้านทั่วไปยังฝังใจเชื่ออยู่ จนกระทั่งถึงยุคอวกาศจึงปรากฏชัดว่าไม่มีคลองบนดาวอังคารแน่นอน พื้นผิวดาวอังคารมีหลุมบ่อ หุบเหว ภูเขา และมีปล่องภูเขาไฟ มีร่องเหมือนเป็นทางน้ำไหลมาก่อน ดังจะได้กล่าวต่อไปในหัวข้อการสำรวจดาวอังคารโดยยานอวกาศ

     

    ภาระกิจสำรวจดาวอังคารด้วยยานมารีเนอร์ 4

                    ยานอวกาศลำแรกที่ประสบความสำเร็จในการผ่านใกล้ดาวอังคาร คือ ยานมารีเนอร์ 4 ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ภาพที่ถ่ายทอดกลับมาจำนวน 22 ภาพแสดงให้เห็นว่าพื้นผิวดาวอังคารมีหลุมและบ่อมากมาย ยานอวกาศมารีเนอร์อีกหลายลำต่อมา สามารถถ่ายภาพพื้นผิวรวมกันแล้วได้ครบทั่วทุกบริเวณ โดยเห็นภาพละเอียดถึง 1 กิโลเมตร ภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยให้นักภูมิศาสตร์ทำแผนที่ของดาวอังคารได้ทั้งดวง บนพื้นผิวของดาวอังคารจึงพบการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทางธรณีวิทยา เช่น ปล่องภูเขาไฟ หุบเหวกว้างและลึกร่องที่เหมือนกับร่องน้ำที่เคยเป็นทางน้ำไหลมาก่อน ยานที่สำรวจดาวอังคารต่อจากยานมารีเนอร์ คือ ยานไวกิง 2 ลำ แต่ละลำประกอบด้วยยานลำแม่ที่เคลื่อนรอบดาวอังคาร ในขณะที่ส่งยานลูกลงสัมผัสพื้นผิวดาวอังคาร ยานไวกิง 1 ลงที่ไครส์ พลาทิเนีย (Chryse Planitia) ซึ่งแปลว่า ที่ราบแห่งทองคำ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 เป็นเวลา 7 ปีหลังจากที่ นีล อาร์มสตรอง เหยียบดวงจันทร์ ต่อจากนั้นอีก 2 เดือน ยานไวกิง 2 ก็ลงในที่ราบทางเหนือชือที่ราบยูโทเปีย (Utopia) ยานทั้งสองมีแขนกลยื่นออกไปตักดินบนดาวอังคารมาวิเคราะห์ภายในยาน เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิต หรือซากของสิ่งมีชีวิต แต่การวิเคราะห์ไม่ยืนยันว่ามีหรือเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร ต่อจากยานไวกิงคือ ยานมาร์สพาธไฟเดอร์ ที่นำรถโซเจนเนอร์ไปด้วย ยานได้ลงบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อเดือนกรกฏาคม พ.ศ. 2540 ภาพที่น่าตื่นเต้นคือการติดตามรถคันเล็กๆ เคลื่อนที่สำรวจก้อนหินใกล้ฐานซึ่ง ต่อมาได้รับชื่อว่า ฐานเซแกน ภาพก้อนหินที่เรียงในทิศทางเดียวกันชี้ให้ เห็นว่าบนดาวอังคารเคยมีน้ำไหลมาก่อน ล่าสุดยานมาร์สโกลบอล เซอร์เวเยอร์ ซึ่งกำลังเคลื่อนรอบดาวอังคารได้ส่งภาพหุบเหวที่เป็นร่องลึกหรือที่เรียกว่า แคนยอน ซึ่งคดเคี้ยวไปมา ในอนาคตสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มีโครงการที่จะส่งยานอวกาศไปเก็บดินจากดาวอังคารกลับมาวิเคราะห์ในห้อง ปฏิบัติการบนโลก และอีกไม่นานมนุษย์จะเดินทางไปดาวอังคารเช่นเดียวกับการลงบนดวงจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2512

    myblog 2489 วัน ที่ผ่านมา


  •                           flower05_blue.gif     ผลการตรวจมะเร็งจากมัมมี่ี(่Mummy)อียิปต์โบราณ   flower05_blue.gif

            ทีมนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ได้ประกาศอย่างหนักแน่น เมื่อเสร็จจาก
    การศึกษาบรรดาศพอาบยาอียิปต์โบราณเรือนร้อย เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคของมัมมี่เป็นครั้งแรก เปิดเผยว่า ในจำนวนศพอาบยาหลายร้อยนี้ วินิจฉัยโรคได้ว่าตายด้วยโรคมะเร็งเพียงรายเดียวเท่านั้น นับว่าน้อยมาก
    และมีความเห็นว่าโรคมะเร็งได้มาเป็นกันมากขึ้นอย่างมโหฬาร หลังจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมนี่เอง
    ในสังคมของชาติอุตสาหกรรม โรคมะเร็งกลายมาเป็นสาเหตุของการตายรองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

                    ( ที่มา ไทยรัฐออนไลน์  http://www.thairath.co.th/content/life/120607 )

           จึงกล่าวได้ว่า มะเร็งไม่ใช่เป็นโรคที่เป็นเองโดยธรรมชาติ หากแต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะการหามาใส่ตัวเอง จากการทำตัวเอง ในการประพฤติปฏิบัติตัว และการทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดเป็นพิษ หรือเกิดจากสารก่อมะเร็ง คือกลุ่มสารที่ชักนำหรือมีโอกาสที่จะเหนี่ยวนำให้เกิดเป็นมะเร็งในมนุษย์ได้ ได้แก่ อะฟลาทอกซิน ไดออกซิน แอสเบสตอส รวมทั้งแสงแดดอีกด้วย  มารู้จักสารก่อมะเร็งกันนะคะ

    เนื้อหาเกี่ยวข้องกับ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์    ทุกระดับชั้น  และผู้สนใจทั่วไป
    สาระที่   3  สารและสมบัติของสาร

    มาตรฐาน ว 3.1   เข้าใจสมบัติของสาร   ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้าง
                                    และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค  มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และ
                                    จิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
    มาตรฐาน ว  3.2  เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร   การเกิดสารละลาย                                   การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
                                    และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
                     
    เรื่อง   สารก่อมะเร็ง

               สารก่อมะเร็ง หมายถึง กลุ่มสารที่ชักนำหรือมีโอกาสที่จะเหนี่ยวนำให้เกิดเป็นมะเร็งในมนุษย์ได้ การทดสอบความเป็นพิษของสารก่อมะเร็งมีขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนยุ่งยาก แม้ว่าจะสามารถ
    ทดสอบพบว่าสารนั้นๆ มีแนวโน้มการก่อมะเร็งสูง แต่ก็ยากที่จะระบุถึงระดับความเป็นพิษ หรืออันตรายที่
    เกิดขึ้นว่ารุนแรงมากน้อยเพียงไร
                                   
                                                     โครงสร้างสารอะฟลาทอกซิน (aflatoxins)

             สารก่อมะเร็งอีกความหมาย หมายถึง สาร วัตถุ นิวไคลด์กัมมันตรังสี หรือการแผ่รังสีใด ๆ ที่เป็น
     ตัวกระตุ้นที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเสถียรภาพของจีโนม หรือการรบกวนกระบวนการ
     สร้างและสลายในระดับเซลล์ ธาตุกัมมันตรังสีบางชนิดก็ถูกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งการกระตุ้นนั้นจะมา
     จากรังสีที่แผ่ออกมา อาทิ รังสีแกมมาหรืออนุภาคแอลฟา สารก่อมะเร็งอย่างหนึ่งที่รู้จักโดยทั่วไปคือ ควันบุหรี่

             สารก่อมะเร็งที่พบมีหลาย ชนิด ได้แก่ อะฟลาทอกซิน ไดออกซิน แอสเบสตอส รวมทั้งแสงแดดด้วย
    สารก่อมะเร็งเหล่านี้บางชนิด เมื่ออยู่ในสภาวะหนึ่งจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่อาจจะเปลี่ยนเป็น
    สารก่อมะเร็งได้หากมีตัวเร่ง ปฏิกิริยา (catalysts) หรือเมื่อเข้าสู่ร่างกายผ่าน กระบวนการทางชีวภาพ
    (biological activities) ในร่างกายมนุษย์หรือสัตว์หรือพืช ตัวอย่างเช่น สารไนเตรตเมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกาย จะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นสารก่อมะเร็งไนโตรซามีนได้ อันเนื่องจากกระบวนการย่อยอาหาร ในกระเพาะอาหาร
    ของมนุษย์ เป็นต้น

             และสารบางชนิดอาจจะเป็นตัวช่วยเสริมฤทธิ์ สารก่อมะเร็ง แต่สามารถกระตุ้นให้ก้อนเนื้อร้าย เจริญเติบโตขึ้น ซึ่งก้อนเนื้อร้ายนี้เดิมเกิดขึ้น เนื่องจากสารก่อมะเร็งมาก่อน นอกจากนี้ สารก่อมะเร็ง
    บางชนิดจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเกิดมะเร็งในรุ่นลูกหลานต่อไปได้

           ตัวอย่างของสารก่อมะเร็งต่อไปนี้ เป็นเพียงจำนวนเล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งบางชนิด
    ก็ทราบแน่นอนแล้วว่าเป็นสารก่อมะเร็ง แต่บางชนิดก็จัดอยู่ในระดับที่มีแนวโน้ม ที่จะก่อให้เกิดมะเร็งได้

                         ชื่อสาร                                                               แหล่งของสารก่อมะเร็ง
          อะฟลาทอกซิน (aflatoxins)       อะมิโนไตรอะโซล (aminotriazol)                                   พบในประเภทอาหารที่ขึ้นรา
          2,4-D       2,4-Dichlorophenoxy acetic acid       2,4,5-T       2,4,5-Trichlorophenoxy acetic acid                              ยากำจัดวัชพืช        แอสเบสตอส (asbestos)       เบนโนมิล (bennomyl)       แคปแทน (captan)                                                            พบในวัสดุก่อสร้าง        คาร์เบนดาซิม (carbendazim)       จุนสี (copper sulfate)       ไดโนแคป (dinocap)                                                       ยากำจัดเชื้อรา        เบนซิน (benzene)       คาร์บอน เททระคลอไรด์ (carbon tetrachloride)       ไตรคลอโร เอทิลีน (trichloro ethylene)                        ตัวทำละลาย       ไบทูเมน (bitumen) 
          คาร์บาริล (carbaryl) 
          คลอเดน (chlordane)                                                       สารอุดรอยรั่ว สารกันน้ำ       ไดคลอฟอส (dichlorvos)        มาลาไธออน (malathion)       นิโคติน (nicotine)       เพนตาคลอฟินอล (pentachlorphenol)       เพอร์เมธริน (permethrin)                                                 ยาฆ่าแมลง       ครีโอโสต (creosote)     ไซเปอร์เมธริน (cypermethrin)                                          สารในน้ำยารักษาเนื้อไม้       1,2,ไดคลอโรมีเธน (1,2,-dichloromethane)                 สารช่วย (additive) ในน้ำมันที่มีสารตะกั่ว      ไดคลอโรมีเธน (dichloromethane)                                  สารช่วย (additive) ในน้ำยาล้างสีทาบ้าน       ไดเอทิลีน ไกลคอล (diethylene glycol)                          ตัวทำละลายในน้ำยาขจัดรอยเปื้อน     ไดเอทิลสตีลเบสเตอรอล (diethylstilbesterol) และอื่นๆ    ฮอร์โมนสังเคราะห์       สารไนโตรซามีน                                                              สารก่อมะเร็งจากอาหารปิ้ง ย่าง ทอด      สารกลุ่มพัยโรลัยเซต (Pyrolysates)                                   สารกลุ่มโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbon)

         นี่เป็นตัวอย่างสารพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคร้ายที่กำลังติดอันดับอยู่ในขณะนี้
             
    ภาพผักผลไม้ที่มีประโยชน์

     flower05_blue.gif     ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงสารเคมีเหล่านี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และดูแลสุขภาพ flower05_blue.gif
    รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปลอดสารพิษ ออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงแหล่งแออัด รับอากาศบริสุทธิ์
    อยู่เสมอ และบริหารจิตใจให้มีสุขภาพจิตที่ดีด้วยค่ะ

    myblog 2506 วัน ที่ผ่านมา

การเข้าร่วมกิจกรรมของฉัน

No events created or joined by the user yet.

รูปภาพล่าสุด

แถบเครื่องมือของฉัน

เข้าระบบโดย Facebook

Site Login