Text Size

การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ชื่อเรื่อง    การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ชื่อผู้วิจัย    นางวิไลลักษณ์  จุลเสริม

หน่วยงาน   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1

ปีที่ศึกษา    ปีงบประมาณ  2554


บทคัดย่อ 

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาและพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีวิธีการดำเนินการวิจัย 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 การศึกษาทฤษฎี หลักการ  และงานวิจัยเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และรูปแบบการจัดระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนที่มีผลการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสอง และรอบสาม  ระดับดีมาก ระยะที่ 2  ร่างรูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และพัฒนารูปแบบโดยใช้การสนทนากลุ่ม (Focus Group) ระยะที่ 3  ทดลองใช้และตรวจสอบประสิทธิผลของการใช้รูปแบบ   กลุ่มประชากรที่ใช้ใน  การวิจัย คือ  โรงเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ สาม จำนวน 17 โรง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยคู่มือการใช้รูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  แบบประเมินผลการจัดระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  แบบสอบถามความพึงพอใจเกี่ยวกับการใช้รูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสม  ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์และความถูกต้องของรูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ผลการศึกษา พบว่า

1.  รูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วยประเด็นหลัก 4  ด้าน และประเด็นย่อย 14 ประเด็นดังนี้  1) ด้านการบริหารจัดการ มี 3 ประเด็น คือ โครงสร้างการบริหารชัดเจน  การมอบหมายภาระงาน และการนิเทศติดตาม  2) ด้านบุคลากร มี 3 ประเด็น คือ  ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา  ความรับผิดชอบและขวัญกำลังใจ  3) ด้านการจัดระบบประกันคุณภาพภายใน มี 5 ประเด็น คือ การจัดระบบข้อมูลสารสนเทศ  การวางแผนพัฒนา  การปฏิบัติตามแผน  การประเมินทบทวน และการสรุปรายงาน   4) ด้านวัฒนธรรมองค์การ มี 3 ประเด็น คือ การยอมรับการเปลี่ยนแปลง การทำงานเป็นทีม และความรักใคร่กลมเกลียว

2. ประสิทธิผลของการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน    กับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด  เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านที่มีประสิทธิผลได้คะแนนเฉลี่ยมากที่สุดคือ ด้านประสิทธิภาพของการบริหาร รองลงมาคือด้านประสิทธิภาพการเรียนการสอน

3. ผลการประเมินรูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่พัฒนาขึ้น มีความเหมาะสม  ความเป็นไปได้  ความเป็นประโยชน์ และความถูกต้อง อยู่ในระดับมาก

4. รูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อนำไปทดลองใช้ในสถานการณ์จริง พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง  ทรัพยากรธรรมชาติ 

ในท้องถิ่น  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์   ชั้นประถมศึกษาปีที่  3

ปีการศึกษา  2551

Site Login