Text Size

เว็บบล็อก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1

แบ่งปันความคิด สร้างสังคมออนไลน์ด้วยงานขียนของคุณ

ชื่อโครงงาน

เขียนโดย: Shusri Karnkes ใน คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Shusri Karnkes
1. ชื่อโครงงาน
                    ชื่อโครงงานเป็นสิ่งสำคัญประการแรก เพราะชื่อโครงการจะช่วยโยงความคิดไปถึง
วัตถุประสงค์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และควรกำหนดชื่อโครงการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักด้วย
                    การตั้งชื่อโครงงานของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นิยมตั้งชื่อให้มีความกะทัดรัดและดึงดูดความสนใจจากผู้อ่าน ผู้ฟัง แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ต้องเข้าใจปัญหาที่สนใจศึกษาอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การเข้าใจวัตถุประสงค์ของการศึกษาอย่างแท้จริงด้วย เช่น
                    โครงงานวิทยาศาสตร์ ชื่อ ถุงพลาสติกพิชิตแมลงวันตัวน้อย ซึ่งปัญหาเรื่องที่สนใจศึกษาคือถุงน้ำพลาสติกสามารถไล่แมลงวันที่มาตอมอาหารได้จริงหรือ จากเรื่องดังกล่าวผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ บางคนหรือบางคณะอาจสนใจตั้งชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์ ว่า การศึกษาการไล่แมลงวันด้วยถุงน้ำพลาสติก หรือ ผลการใช้ถุงน้ำพลาสติกต่อการไล่แมลงวัน ก็เป็นได้
                    อย่างไรก็ตามจะตั้งชื่อโครงการในแบบใด ๆ นั้น ต้องคำนึงถึงความสามารถที่จะ
สื่อความหมายถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษาได้ชัดเจน
  

การเขียนเค้าโครงของโครงงาน

เขียนโดย: Shusri Karnkes ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Shusri Karnkes

เขียนเค้าโครงของโครงงานที่นักเรียนสนใจจะทำ ซึ่งมีหัวข้อ ดังนี้


การสอนแบบโครงงาน

เขียนโดย: Shusri Karnkes ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Shusri Karnkes

การวางแผนโครงงาน การวางแผนโครงงาน เป็นการกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะทำอะไรบ้าง  ซึ่งเป็นขั้นตอนในโครงงานที่เลือก  ดังนี้ 1.   การเตรียมงานด้านการศึกษาและสำรวจข้อมูลต่าง ๆ ต้องกำหนดว่าจะศึกษาจากหลักสูตร          หนังสือสิ่งพิมพ์และสถานที่ปฏิบัติโครงงานแหล่งวิชาการ  บุคลากรที่สำคัญฯลฯ  ซึ่งจะต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยดี 2.   การเรียนงาน ควรจะเริ่มงานอย่างไร มีงานใดที่จะต้องทำก่อนหรือหลังตามลำดับขั้นตอน จะ     ปรับปรุงพื้นที่ปฏิบัติงานหรือไม่  จะติดต่อหาตลาดจำหน่ายผลผลิตได้หรือไม่วิทยากรที่จะให้คำแนะนำปรึกษามีหรือไม่  จะต้องจัดหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้หรือไม่ หรือจะประชาสัมพันธ์โครงงานอย่างไร 3.   การปฏิบัติงาน  โครงงานที่จะเลือกควรจะมีขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างไร ใช้ระยะเวลาใด อย่างไร มีผู้รับผิดชอบหรือไม่ จะมีผลการประเมินผลการปฏิบัติงานหรือไม่อย่างไร 4.   ค่าใช้จ่าย ควรกำหนดว่าโครงงานมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จำนวนเงินมากน้อยเพียงใด หรืองบลงทุนมีเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอจะมีวิธีการเพิ่มทุนหรือหาทุนอย่างไร ถ้าจำเป็นต้องยืมกำหนดจะใช้คืนเมื่อใดฯลฯ 5.   ผลที่คาดว่าได้รับ ควรกำหนดไว้ว่าโครงงานนี้จะได้อะไรบ้าง เช่น ความรู้ ทักษะ ความชำนาญ รายได้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงงานได้แก่ผู้ใด และจะมีการขยายผลไปหรือไม่ ฯลฯ 6.   ปัญหาและอุปสรรคที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ควรจะคาดการล่วงหน้าว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้างที่จะทำให้การดำเนินงาน ไม่สะดวกหรือไม่ได้ผลตามจุดประสงค์ เช่น สภาพดิน ฟ้า อากาศภัยธรรมชาติ ตลาดจำหน่าย ความท้อแท้เบื่อหน่ายในการปฏิบัติงานของผู้ร่วมงาน ซึ่งควรจะคิดหาทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้นได้ด้วย


โปรดยกมือขึ้น

เขียนโดย: นายประสงค์ เหลาฉลาด ใน คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

นายประสงค์  เหลาฉลาด

การอบรมที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการอบรมเด็กไม่ใช่อบรมครู...ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น


นางวิไลลักษณ์  จุลเสริม  รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์  เขต ๑  เป็นประธานในพิธีมอบอาคารเรียน  “อาคารกตัญญู”    โรงเรียนวัดบ้านเมืองฝาง            มี  ว่าที่ พ.ต. มนตรี  แก้วมะเริง  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านเมืองฝาง  เป็นผู้รับมอบ  คณะผู้บริหารกลุ่มเมืองบุรีรัมย์ ๘  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองนักเรียนร่วมเป็นเกียรติในงาน  โดยมี  นายไพศาล  เอี่ยมรัมย์  ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  เป็นผู้กล่าวรายงานว่าได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนจำนวน   หลัง  ขนาด    ห้องเรียน  ซึ่งงบประมาณได้จากการทอดผ้าป่าสามัคคีศิษย์รู้บูชาครู  รวมมูลค่าการก่อสร้าง  ๖๗๙,๙๗๙  บาท  ทางโรงเรียนจึงได้มอบอาคารกตัญญู  เพื่อให้เป็นสมบัติของทางราชการต่อไป.....................(อรวินท์  วงค์ไธสง  เครือข่าย  ปชส.  โรงเรียนวัดบ้านเมืองฝาง/รายงาน


สิ่งที่ต้องทำ

เขียนโดย: นายวรวิทย์ บุญหนัก ใน ธรรมะและปรัชญา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

นายวรวิทย์  บุญหนัก

สิ่งที่ต้องทำ    คือ  ความดี


รับสมัครครู

เขียนโดย: นายวรวิทย์ บุญหนัก ใน ข่าวประชาสัมพันธ์

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

นายวรวิทย์  บุญหนัก

               ด้วยโรงเรียนรวมมิตรวิทยา โรงเรียนดีมีคุณภาพ(โรงเรียนดีประจำตำบล)มีความประสงค์รับสมัครครูวิชาเอกดนตรีหรือวิชาเอกนาฎศิลป์  จำนวน  1 อัตรา  อัตราเงินเดือน 7,940  บาท


การจัดสวนในโรงเรียน

เขียนโดย: ขวัญชัย จิตสำรวย ใน บ้านและสวน

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

ขวัญชัย  จิตสำรวย

                                                            แนวคิดการจัดสภาพภูมิทัศน์ที่ดีในโรงเรียน 

                                                                          ตอน  สวนในโรงเรียน

                  สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน  เป็นเรื่องควรใคร่ครวญอย่างยิ่ง  ประสบการณ์ในเบื้องต้นของเรา  แปดในสิบส่วนได้จากโรงเรียน  โรงเรียนจึงต้องมีมวลประสบการณ์ที่เหมาะสมไว้ให้เด็ก ๆ  เพราะเราต่างก็รู้ว่า  ประสบการณ์ในวัยเด็กนั้น  ล้วนมีผลต่อความคิดฝัน  แรงบันดาลใจ  บุคลิกภาพ  รสนิยมและปมด้อย  ในเวลาต่อมา
                กับแนวคิดที่ว่า  “ทำโรงเรียนให้เหมือนบ้าน” บอกนัยหลายอย่างให้เรารู้ว่า   บ้าน  โรงเรียน ครู   ผู้ปกครอง  นักเรียน  ต่างก็ไม่ควรแปลกแยกโดดเดี่ยวออกไป  หากดึงแนวความคิดนี้มาออกแบบจัดสวนในโรงเรียน ก็เห็นจะมีส่วนคล้ายคลึงกับสวนบ้านอยู่บ้าง  อย่างน้อยก็ต้องกำหนดจุดประสงค์ของ “การจัด” ให้ชัดเจน   เพราะการจัดสวนเป็นการจัดและควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้กับสถานที่  เอื้อประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของผู้อาศัย(ผู้ใช้พื้นที่) และเสริมสร้างบรรยากาศให้สวยงามร่มรื่น  สะอาด  สงบ  พักผ่อน และปลอดภัย               สำหรับสวนในโรงเรียน หากได้เพิ่ม สาระทางการศึกษาลงไปให้นักเรียนและชุมชนรับรู้ได้ ก็เป็นสิ่งประเสริฐยิ่ง
การออกแบบสวนในโรงเรียนยังต้องขึ้นอยู่กับคำว่า “ความเหมาะสม”   อีกด้วย  อาทิ
    เหมาะสมกับพื้นที่   เหมาะสมกับอาคาร
    เหมาะสมกับกิจกรรมการใช้สอย และกิจกรรมการเรียนการสอน
    เหมาะสมกับวัยของเด็ก
    เหมาะสมกับพืชพรรณ  ท้องถิ่น และทรัพยากรที่มีอยู่เดิม
    เหมาะสมกับงบประมาณ และข้อจำกัดของการดูแลรักษา

                      สวนในโรงเรียน จะมีลักษณะการจัดอยู่อย่างน้อย  5  ลักษณะ  คือ
          1.  จัดเพื่อสร้าง,เพื่อกำหนด, และ/หรือเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมภายในพื้นที่ของโรงเรียนทั้งหมด    เริ่มจากกำหนดขอบเขต  กำหนดทิศทางการสัญจร  กำหนดพื้นที่ใช้สอยเป็นส่วน ๆ เช่น 
                   ทางเข้า   ป้อมยาม    ลานอเนกประสงค์        ที่จอดรถ                   พื้นที่พักผ่อน   ถนน- ทางเดิน
                  สนามกีฬา- สวนสุขภาพ  อาคารชั่วคราว                    อาคารประกอบ   ป้ายนิเทศ-นิทรรศการ สวนป่า  สวนหย่อม                   สวนรวบรวมพันธุ์ไม้(สวนพฤกษศาสตร์-แปลงทดลอง-แปลงสาธิต) ฯลฯ         ลักษณะเช่นนี้เป็นการวางผังเพื่อกำหนดไม้ใหญ่ให้ร่มเงา  กำหนดพื้นที่ทั้งหมดเพื่อสร้างสัดส่วนให้เกิดความสัมพันธ์กันระหว่างพื้นที่  อาคาร  คน  และกิจกรรม
         2.  จัดสวนในพื้นที่สาธารณะ  พื้นที่สาธารณะ เป็นพื้นที่ที่มักถูกกำหนดขึ้นเพื่อจัดสวนที่มีรูปแบบสวยงาม โดดเด่น มักอยู่ใกล้กับอาคารอำนวยการ บริเวณเสาธง หรืออาคารเรียนหลักที่มองเห็นได้โดยง่าย  มักพบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนนี้มาก  แต่มีข้อควรคิดหลายประการ  ดังนี้
        2.1 สวนรูปแบบนี้ เป็นสวนที่จัดขึ้นด้วยงบประมาณมากพอควร  มีการออกแบบดำเนินงานอย่างดี ให้คิดถึงความคุ้มค่าในเชิงประโยชน์ใช้สอยด้วย  ไม่ควรออกแบบและจัดเพื่อนั่งชมแต่อย่างเดียว  แต่ควรออกแบบให้นักเรียนสามารถเข้าไปใช้สอยในลักษณะต่าง ๆ ได้
        2.2  ควรกำหนดรูปแบบให้ดูแลรักษาง่าย  เช่น  ใช้พันธุ์ไม้ในท้องถิ่น  พันธุ์ไม้ที่ทนทาน  โตช้า ลดพื้นที่สนามหญ้าลง  เพิ่มพื้นที่ดาดแข็งให้มากขึ้น  กำหนดจุดให้น้ำอย่างเพียงพอ
        2.3  หลีกเลี่ยงรูปแบบการจัดที่มีการจัดการสูง  เช่น การสร้างสวนน้ำตก  สวนธารน้ำธรรมชาติ  สวนหย่อมที่มากจุดเกินไป  การใช้พันธุ์ไม้ที่หลายหลาย เพราะสวนรูปแบบนี้จะมีการดูแลรักษาที่ดีจึงจะสวยงามได้นาน
       2.4  ควรออกแบบโดยเพิ่มพื้นที่ดาดแข็งและ ไม้ให้ร่มเงาให้มาก  เพื่อให้บรรยากาศรวมร่มรื่น  ลดความร้อยภายในอาคารและพื้นที่  และช่วยเกิดสัดส่วนทางทัศนียภาพที่ดี
โปรดเข้าใจว่า ความเรียบง่าย  ความสะอาด  และความเป็นระเบียบ  เป็นความงามที่ยั่งยืน
        3.  การจัดสวนเพื่อการศึกษา  เป็นการจัดสวนเพื่อการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลาย ๆ  เรื่องรวมกัน  การจัดสวนแบบนี้จะต้องกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมด้วย  เช่น  สวนสมุนไพร  สวนหิน  สวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดี  สวนสุขภาพ  สวนครัวไฮเทค สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนสาธิตตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่หรือสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้หลากหลายวิชาเข้าด้วยกัน สวนลักษณะนี้ไม่เน้นความสวยงาม  แต่เน้นสาระมากกว่า ส่วนความงามนั้น อยู่ที่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย  สะอาด สะดวก ความปลอดภัยและการแสดงให้เห็นถึงการดูแลพื้นที่สม่ำเสมอไม่ทอดทิ้ง
        4.  มุมพักผ่อน หมายถึงพื้นที่เล็ก ๆ  ที่แทรกอยู่ตามต้นไม้ใหญ่  มุมอาคาร  ใต้บันได  ระเบียงห้องเรียน  หรือพื้นที่ขนาดใหญ่ที่จัดสร้างขึ้นมาเป็นการเฉพาะ(ตามงบประมาณ)  เพระพิจารณาว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการนั่งพักผ่อน สร้างความผ่อนคลายหรือการอ่านหนังสือยามว่างของนักเรียน  ลักษณะเช่นนี้ควรออกแบบให้มีพื้นที่ดาดแข็ง  มีร่มเงา  มีชุดนั่ง  มีถังขยะ  กำหนดให้ดูแลรักษาง่าย  จุดให้น้ำ ให้แสงสว่าง  มุมพักผ่อนสามารถจัดสร้างขึ้นได้หลาย ๆ จุด  รวมไปถึงพื้นที่ภายในอาคาร เช่น ระเบียง ใต้ถุนอาคาร พื้นที่เชิงบันใด ก็สามารถเนรมิตให้เป็นมุมนั่งพักผ่อนได้
            โดยทั่วไป  มุมพักผ่อนจะใช้พื้นที่ไม่มากนัก  จัดทำได้ง่าย เลือกใช้วัสดุเรียบง่ายทนทาน ในการออกแบบอาจสอดแทรกเนื้อหาสาระให้นักเรียนได้เรียนรู้  เช่น ป้ายนิเทศ  ข้อความเตือนใจ  พุทธภาษิต  ชื่อพันธุ์ไม้              รูปแบบการจัด จัดได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ในรูปแบบของซุ้มไม้เลื้อย  ศาลา  ลานใต้ร่มไม้  พื้นที่เชิงชายคา มีน้ำตก ธารน้ำ บ่อปลา น้ำพุ  ลานพัก  มาประกอบก็ได้ เป็นต้น
        5.  สวนหย่อมประกอบ  พื้นที่บางบริเวณดูไม่สวย  เป็นมุมอับ  แต่อยู่ในส่วนหน้าที่ใครไปใครมาก็พบเห็น ก็ควรจัดปลูกพันธุ์ไม้เพื่อแก้ไขสภาพพื้นที่นั้นได้  หรือถ้ามีงบประมาณ ความพร้อมก็จัดเป็นสวนหย่อมประกอบได้เช่นกัน สวนหย่อมจัดได้ตั้งแต่พื้นที่ 1 ตารางวาไปจนถึง 50 ตารางวา ทั้งภายใน ภายนอกอาคาร  ทั้งใต้อาคารและบนอาคารที่รวมเรียกว่า สวนในพื้นที่พิเศษ
           ในสภาพของความจำกัดด้านงบประมาณ  บุคลากร  การดูแลรักษา  ทำให้คิดได้ว่าสวนหย่อมน่าจะจัดขึ้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาพื้นที่ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงมากขึ้น มากกว่าจัดเพื่อโชว์ แต่เห็นหลายแห่งมักนิยมก่ออิฐกำหนดเป็นพื้นที่ริมอาคาร   ทางเข้าอาคาร  หน้าห้องเรียน  หน้าห้องผู้อำนวยการ  แล้วจัดปลูกพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ  หรือจัดเป็นสวนหย่อม ซึ่งก็สามารถทำได้  และถ้าจะทำควรออกแบบและดำเนินงานอย่างถูกต้อง  เพราะสวนที่จัดขึ้นแล้วควรจะมีอายุการใช้ยาวนาน
            การจัดสวนในโรงเรียน ไม่ใช่การเพาะถั่วงอก ที่จะทำกันแบบลวก ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ หากจะต้องทำกันอย่างต่อเนื่อง  สวนหนึ่งแล้วเสร็จยังมีภาระหน้าที่ในการดูแลรักษาของทุกคน  พื้นที่อื่นก็ยังรอปรุงแต่งเพิ่มเติมต่อไป             เงื่อนไขสำคัญสำหรับโรงเรียนในต่างจังหวัดคือขาดงบประมาณ  จึงต้องอาศัยเวลา  อย่าท้อถอยและเสียกำลังใจ
           ประการหนึ่งที่ควรคิด  คือการให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาสภาพแวดล้อมของโรงเรียน  ประการนี้เมื่อพิจารณาให้ละเอียดลึกซึ้งแล้วเห็นว่า  การให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเขา  นอกจากจะให้เขาเกิดความรู้และประสบการณ์ที่ดีงาม  มีความรักและเห็นคุณค่าแล้ว  ยังสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของการจัดการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคมอย่างแท้จริง
                   การทำงานนั้นแหละเนื้อแท้ของการเรียนรู้ (ใครกล่าวไว้ก็ไม่รู้)

 http://www.oknation.net/blog/whitewhite                                

   kchaijit1@gmail.com


วิธีสอนแบบโครงงาน

เขียนโดย: Shusri Karnkes ใน คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Shusri Karnkes

หากสนใจการสอนแบบโครงงาน คุณควรรู้จักการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญก่อน  นั่นหมายถึง การจัดกิจกรรมที่นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้โดยมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน  นักเรียนกับนักเรียน   นักเรียนกับบุคคลอื่น/องค์กร/หน่วยงานที่ให้ความรู้ อันจะนำไปสู่การค้นหาความรู้ด้วยตนเอง  ใฝ่เรียนรู้  รักการทำงาน  ขยัน อดทน คิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆ รวบรวมข้อมูล จัดเก็บข้อมูล สรุปและแยกประเภท นำเสนอต่อสาธารณชนสามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่อง


ด่วน ! ! !

กลุ่มเมืองบุรีรัมย์ ๘  ขอประกาศเชิญชวน กลุ่มโรงเรียน สังกัด สพป.บร.๑ ทุกกลุ่มโรงเรียน ส่งนักกีฬา   "สพฐ.เกมส์ 2554"         แชร์บอลหญิง รุ่นอายุ 12 ปี  และ รุ่นอายุ 15 ปี


Site Login