Text Size

เว็บบล็อก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1

แบ่งปันความคิด สร้างสังคมออนไลน์ด้วยงานขียนของคุณ
Category >> วิทยาศาสตร์เทคโลโลยี

ทองคำ

เขียนโดย: ออนซอนฟิสืกส์ ใน วิทยาศาสตร์เทคโลโลยี

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

ออนซอนฟิสืกส์

   ทองคำ(gold) คือธาตุเคมีที่มีหมายเลขอะตอม 79 และสัญลักษณ์คือ Au (มาจากภาษาละตินว่า aurum) ทองคำเป็นธาตุโลหะทรานซิชันสีเหลืองทองมันวาวเนื้ออ่อนนุ่ม สามารถยืดและตีเป็นแผ่นได้ ทองคำไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีส่วนใหญ่ ทองคำใช้เป็นทุนสำรองทางการเงินของหลายประเทศ ใช้ประโยชน์เป็นเครื่องประดับ งานทันตกรรม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

คุณสมบัติของทองคำ
มีความแวววาวอยู่เสมอ ทองคำไม่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนดังนั้น เมื่อสัมผัสถูกอากาศสีของทองจะไม่หมองและไม่เกิดสนิม มีความอ่อนตัว ทองคำเป็นโลหะที่มีความอ่อนตัวมากที่สุด ด้วยทองเพียงประมาณ 2 บาท เราสามารถยืดออกเป็นเส้นลวดได้ยาวถึง 8 กิโลเมตร หรืออาจตีเป็นแผ่นบางได้ถึง 100 ตารางฟุต เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ทองคำเป็นโลหะชนิดหนึ่งที่สามารถนำไฟฟ้าได้ดี สะท้อนความร้อนได้ดี ทองคำสามารถสะท้อนความร้อนได้ดี ได้มีการนำทองคำไปฉาบไว้ที่หน้ากากหมวกของนักบินอวกาศ เพื่อป้องกันรังสีอินฟราเรด

มนุษย์รู้จักทองคำมาต


กลุ่ม ดาวต่างๆ

เขียนโดย: ออนซอนฟิสืกส์ ใน วิทยาศาสตร์เทคโลโลยี

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

ออนซอนฟิสืกส์

กลุ่มดาว ใน 12 ราศี

  1. กลุ่มดาวแกะ (Aties)

  2. กลุ่มดาววัว (Taurus)

  3. กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini)

  4. กลุ่มดาวปู (Cancer)

  5. กลุ่มดาวสิงโต  (Leo)

  6. กลุ่มดาวผู้หญิงสาว (Virgo)

  7. กลุ่มดาวคันชั่ง (Libra)

  8. กลุ่มดาวแมงป่อง (scorpius)

  9. กลุ่มดาวคนยิงธนู (Sagittarius)

  10. กลุ่มดาวมกร (Capricotnus)

  11. กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ (Aqusrius)

  12. กลุ่มดาวปลาคู่ (Pisces)

 

 

กลุ่มดาวอื่นๆ

  กลุ่มดาวแอนโดรเมตา

  กลุ่มดาวนกอินทรี

  กลุ่มดาวสารถี

  กลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์

  กลุ่มดาวสุนัขใหญ่

  กลุ่มดาว


กฎของ โอห์ม

เขียนโดย: ออนซอนฟิสืกส์ ใน วิทยาศาสตร์เทคโลโลยี

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

ออนซอนฟิสืกส์

 กฎของ โอห์ม

กฎ ของโอห์ม ใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้า ความต่างศักย์ไฟฟ้า และ ความต้านทาน ในวงจรไฟฟ้า กล่าวคือ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวใดๆ แปรผันตรงกับความต่างศักย์ (แรงดันไฟฟ้า หรือแรงดันตกคร่อม) และแปรผกผันกับความต้านทานระหว่างสองจุดนั้นที่กระแสไหลผ่าน

ในสูตรสมการทาง คณิตศาสตร์, เขียนได้ดังนี้:

V = IR

โดยที่ V คือความต่างศักย์ มีหน่วยเป็น โวลต์, I คือกระแสในวงจร หน่วยเป็น แอมแปร์ และ R คือความต้านทานในวงจร หน่วยเป็น span style="text-decoration: underline;">โอห์ม

กฎดังกล่าวตั้ง ชื่อเป็นเกียรติให้กับ เกออร์ก โอห์ม นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ผู้ที่ตีพิมพ์ผลงานในปี พ.ศ. 2370 (ค.ศ. 1827) บรรยายการทดลองวัดค่าแรงดันและกระแสผ่านลวดความยาวต่าง ๆ กั


ดาวเนปจูน ( Neptune )

เขียนโดย: ออนซอนฟิสืกส์ ใน วิทยาศาสตร์เทคโลโลยี

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

ออนซอนฟิสืกส์

       เมื่อ ดาวยูเรนัสถูกค้นพบ คนได้วันเส้นทางของ มันผ่านอวกาศ การหมุนรอบของดาวยูเรนัสมีลักษณะผิดปกติบางคน คิดว่าจะต้องมีดาว เคราะห์ดวงใหญ่อีกดวงหนึ่ง ดาวเคราะห์ที่ไม่เป็นที่รู้จักอาจอยู่ถัดจาก ดาวยูเรนัส แรงโน้มถ่วงของมันอาจ จะดึงไปที่ดาวยูเรนัสจึงทำให้การหมุนของมันเปลี่ยนแปลง ในปี 1845 นัก ดาราศาสตร์สองคนที่ทำงานคน ละที่ในอังกฤษและฝรั่งเศสรู้ว่าดาวเคราะห์ดวงใหม่อยู่ที่ใหน ทั้ง สองมีความเห็นตรง กัน คนอื่นๆก็เริ่มลงมือศึกษาดาวเคราะห์ดวงใหม่นี้ ในปี 1846 ชาว เยอรมันชื่อ Johann Galle ได้พบโลกใหม่ด้วย กล้องโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มันอยู่ในตำแหน่งที่นักดาราศาสตร์คนอื่นได้ ระบุไว้ก่อน แล้ว ดาว เคราะห์ดวงใหม่มีสีน้ำเงินมีชื่อว่าดาวเนปจูนตามชื่อเทพเจ้าแห่งทะเลโรมัน      ดาวเนปจูนโตเกือบเท่าดาวยูเรนัส มัน เป็นดาวเคราะห์ที่ ใหญ่เป็นอันดับสี่ในระบบสุริยะ มันอยู่ห่างไกลจากโลกมาก จึง ทำให้มองเห็นสลัว มาก ดาวเนปจูนสามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องสองตา มัน ดูคล้ายกับดาวฤกษ์ ยังไม่มียานอวกาศที่เคยไปยังดาวเนปจูน สิ่งที่เรารู้ทั้งหมดก็คือ ดาวเคราะห์ดวงนี้มองเห็นจากโลก


วิวัฒนาการของมนุษย์ 1

วิวัฒนาการของมนุษย์

 

          70 ล้านปีแห่งห้วงเวลาของการกำเนิดวิวัฒนาการของมนุษย์ จากสายพันธุ์ซึ่งเคยเป็นลิงไม่มีหาง เดินหลังค่อม มีขนเต็มตัว ค่อยๆพัฒนามาเป็นการเดินลำตัวตรง ขนตามตัวลดน้อยลง มีมันสมองใหญ่ขึ้น โดยมีขั้นตอนในการพัฒนาตามลำดับ

 

             โป รคอนซูล เป็นลิงไม่มีหาง หนึ่งในสายพันธุ์ของมนุษย์ อาศัยอยู่ในบริเวณแอฟริกาตะวันออก เมื่อประมาณ 20-25 ล้านปีมาแล้ว มีมันสมองขนาดเล็ก แต่สามารถยืน ลำตัวตั้งตรงได้แล้ว

 

               ออสตราโลพิธีคัส เป็นสายพันธุ์บรรพบุรุษมนุย์ ที่พัฒนาขึ้นจนสามารถวิ่งลำตัวตั้งตรงได้ ขนตามลำตัวน้อยลง มีความคล้ายคลึงมนุษย์ในปัจจุบันมาก สามารถผลิตเครื่องมือที่ทำจากหิน ในการล่าสัตว์ได้แล้ว มีอายุอยู่ระหว่าง 5 ล้านถึง 2 ล้านปีมาแล้ว

                โฮโมอีเร็คตัส (มนุษย์ชวา ทางซ้าย) เคยอาศัยอยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และอัฟริกาตะวันออก เมื่อ 1.5 ล้านปีมาแล้ว มีความเป็นมนุษย์เต็มตัวแล้ว ใบหน้าตั้งตรงเหมือนมนุษย์ในปัจจุบันและโฮโม แซเปียนส์ (ทางขวา) เคยอาศัยอยู่ในยุโรป และตะวันออกกลาง มีอายุเมื่อ 250,000 ปีมาแล้ว

 

                 โฮโมแซเปียนส์ สายพันธุ์บรรพบุรุษมนุษย์ ในยุโรปและตะวันออกกลาง มีอายุเมื่อ 250,000 ปีมาแล้ว มีการพัฒนาทางร่างกาย ใกล้เคียงมนุษย์ปัจจุบัน สามารถยืนตัวตรงได้ ยังชีพด้วยการล่าสัตว์เป็นอาหาร โดยใช้อาวุธที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้น

                  มนุษย์ปักกิ่ง อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน เมื่อประมาณ 3-4 แสนปีมาแล้ว เริ่มรู้จักจุดไฟใช้เองได้ นิยมล่ากวาง โดยใช้เครื่องมือที่ทำจากหิน

 

                มนุษย์กับไฟ มนุษย์รู้จักใช้ไฟเมื่อมีการระเบิดของภูเขาไฟในอัฟริกา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4 แสนปีมาแล้ว นับเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกของมนุษย์ หลังจากนั้นความเป็นอยู่ของมนุษย์ก็เริ่มดีขึ้น และไฟถูกนำมาใช้ประโยชน์สืบต่อกันมาจนทุกวันนี้


Site Login