Text Size

เว็บบล็อก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1

แบ่งปันความคิด สร้างสังคมออนไลน์ด้วยงานขียนของคุณ
Category >> บันเทิง/คลายเครียด

เรื่องจริงคลายเครียดเรื่องที่31 เรื่อง "นมหมดอายุ"

เขียนโดย: Krupis ใน บันเทิง/คลายเครียด

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Krupis

       หายหน้าหายตาไปนาน เพราะปีนี้ได้ครูธุรการมาช่วย ทำให้ปีการศึกษาที่ผ่านมา ลดเวลางานธุรการลงแต่ไปเพิ่มให้กับการเรียนการสอนมากขึ้น  แต่ก็ยังไม่เต็มร้อยนักเพราะบางงานก็ต้องพึ่งพาครูประจำการเหมือนเดิม  มาพูดถึงเรื่องขำๆเพื่อต่ออายุของเราดีกว่านะคะ มีบางคนสงสัยว่า คุณครูพิศมัย  รักชาติเป็นคนนิสัยสัปดนรึเปล่า เห็นนำเรื่องทะลึ่งทะเล้นสองแง่สองง่ามมาเล่าตลอด  คนที่รู้จักครูพิศมัยดี ก็จะตอบให้ทราบเองว่าจริงๆแล้ว ครูพิศมัยน่ะ เรียบร้อย น่ารักค่ะ! อิอิอิ...เอาล่ะเล่าเรื่องคลายเครียดดีกว่า เรื่องมีอยู่ว่า สาวน้อยนางหนึ่งคือนางสาวเฉลิมศรี เธอมีอายุผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านฝนมาแล้ว 71 ฝน และเธอโชคดีกำลังจะแต่งงานกับหนุ่มน้อยที่มีอายุตรงข้ามกับเลขอายุของเธอคือ 17 ปี สาวๆหลายคนต่างก็อิจฉาเธอที่มีชายหนุ่มหน้าตาพอดูได้มาชอบเธอ หลายคนคิดไปในทางเดียวกันคือ ไอ้หนุ่มนี่หวังสมบัติแน่เลย เพราะเธอค่อนข้างมีตังค์  คงกะเอาให้ตายคาเตียงแน่เลย...และก็เป็นดังที่หลายคนคาดการณ์คือ  หลังคืนวันแต่งงาน ก็เกิดเรื่องเศร้าขึ้น เพราะมีคนตายเกิดขึ้นกับคนรักของเขา แต่คนที่เสียชีวิตกลับเป็นชายหนุ่มคนนั้น  แพทย์ที่โรงพยาบาลลงความเห็นว่า  เขาเสียชีวิตเพราะ....กินนมหมดอายุค๊า!....เอิ๊ก อั่กๆๆๆๆ  เอิ๊ก อั่กๆๆๆๆ  ถะแลม..ถะแลม..ถะแลม...ไผอยากได้สมบัติกะไปหากินนมเบิ้ดอายุเด้อ  แล้วซุมผอ.ต่างๆกะระวังแน  นมอยู่บ้านน่ะ  เป็นนมบูดบ่  ก่อนกินกะเบ่ิงก่อนเด้อค๊า!!!


นิทานคลายเครียดเรื่องที่30 เรื่อง"จิ๋มหนูขนร่วง"

เขียนโดย: Krupis ใน บันเทิง/คลายเครียด

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Krupis

เหงามาก หลังจากคณแม่เสียชีวิต (อายุ 86 ปี)เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมานี่เอง สงสารและเป็นห่วงคุณพ่อ (อายุ ย่าง92 ปี) ยิ่งโรงเรียนจะเปิดเทอมยิ่งเป็นห่วง ท่านจะอยู่คนเดียวได้อย่างไร ....เลยเข้ามาเล่นเน็ตสักหน่อยเพื่อคลายเหงา โดยมีเรื่องขำๆมาเล่าสู่ฟังและปลอบใจตัวเองคือเรื่อง "จิ๋มหนูขนร่วง" ฮั่นแน่!...รู้นะว่าคุณคิดอะไรอยู่ ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกน่า..เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็กสาวคนหนึ่งสมมุติว่าชื่อ แจ๋ว เธอเป็นสาวที่มีรูปร่างคอ่นข้างอวบ (อ้วน) แจ๋วใฝ่ฝันอยากเป็นพยาบาล เลยไปสอบโควต้าที่ ม.บูรพา ชลบุรี และความฝันของเธอก็เป็นจริง เธอสอบได้ แจ๋วดีใจมาก เธอตั้งใจเรียน แต่เธอมีปัญหาคือ ไม่มีชายใดในมหาวิทยาลัยหรือชายคนมาจีบเธอเลย เธอคิดค้นหาสาเหตุแล้วจึงคิดว่า คงเป็นเพราะหุ่นเธอไม่สลิม นี่เอง เพราะหน้าตาเธอก็สวยดี เพียงแต่อ้วนไปหน่อยเท่านั้นเอง แจ๋วเลยคิดว่าจะต้องลดหุ่นให้เพรียวให้ได้ โดยการออกกำลังกาย แจ๋วจึงเขียนจดหมายไปขอเงินแม่ 4,000 บาท เพื่อซื้อจักรยาน แม่ก็ยินดีรีบโอนเงินไปให้ทันที แจ๋วนำเงินไปซื้อรถจักรยาน 1 คัน และยังมีเงินเหลือจากซื้อจักรยานอยู่บ้าง เธอจึงไปเดินเที่ยวตลาดนัดคลองถม ไปเจอลูกสุนัขที่เขานำมาขาย เป็นหมาพันธุ์ทางมาจากญี่ปุ่นโน่นล่ะ หน้าตาน่ารักมาก เธอจึงตัดสินใจซื้อลูกหมาน้อยตัวนั้นมาเลี้ยง พร้อมซื้อปลาทูมาให้มันด้วย และตั้งชื่อให้คล้องจองกับตัวเธอว่า "จิ๋ม" แต่เวรกรรมอะไรไม่รู้ หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปหมาน้อยจิ๋มไม่กินปลาทู ไม่กินข้าวกินน้ำ มันมีอาการขนร่วง ซูบผอม แจ๋วตกใจมาก รีบเขียนจดหมายไปหาแม่ แจ้งให้แม่ทราบว่า "แม่คะ จิ๋มหนูเป็นอะไรไม่รู้ ขนร่วงหมดเลย หนูจะทำยังไงดีคะแม่" แม่ของแจ๋วตกใจมาก รีบตอบจดหมายไปหาลูกทันทีว่า " แจ๋ว...ลูกรีบขายจักรยานทิ้งไปเลยลูก แม่ว่าหนูต้องแพ้อานจักรยานแน่เลย ขายรถเลยลูก ขายด่วนเลย!" แจ๋วอ่านจดหมายแล้วแจ๋วงงงจังแม่! ใครเข้าใจช่วยบอกแจ๋วทีค๊า........


                     สวัสดีดีค่ะทุกท่านที่ร่ำรวยอารมณ์ขัน  วันนี้ดิฉันขอนำเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านหนึ่งของอำเภอลำปลายมาศ (หมู่บ้านอีหยังกะเดาเอาเองเด้อ)มาเล่าสู่ฟังนะคะ   เรื่องมีอยู่ว่า ครอบครัวของนายแดง  มีสมาชิกในครอบครัวหลายคน  ลูกเต้าก็โตจนออกเรือนไปกันจนหมดแล้ว ส่วนลูกสาวคนเล็กคือนางแป๋วก็แต่งงานเหมือนกัน  แต่ต้องอยู่เลี้ยงดูพ่อแม่พร้อมด้วยสามีของเธอ  ก็อย่างว่าล่ะนะ ลูกสะใภ้กับแม่สามี และลูกเขยกับพ่อตา ตามนิยายปรัมปราเล่าสู่กันมาว่าเป็นเกาเหลากัน(ก็ไม่ค่อยกินเส้นกัน) เรื่องนี้ก็เหมือนกัน พ่อตาคือนายแดง กับลูกเขยคือนายเขียว  ก็ไม่ค่อยถูกชะตากันนัก  พ่อตามักจะบ่นกับลูกสาวคือนางแป๋วว่าลูกเขยขี้เกียจ  ลูกเขยก็จะบ่นให้เมีย(นางแป๋ว)ฟังว่า พ่อตาชอบจับผิด มักจะหาเรื่องเขาเสมอ  ทำให้นางแป๋วกลุ้มอกกลุ้มใจมาก  
              
วันนี้ก็เหมือนกัน  ลูกเขยคือนายเขียวออกไปทำนา  แต่พอไปถึงกระท่อมปลายนา   นายเขียวก็คิดว่า  ขอนอนพักสักแป๊บก่อน ค่อยจะลงไปดำนา นายเขียวคิดแล้วก็นอนพัก  แต่ดันหลับจริง                   พ่อตาออกไปนา ก็เห็นนายเขียวนอนหลับปุ๋ย...อยู่  จึงหยิบเอาก้อนถ่านที่ใช้ก่อไฟหุงอาหาร มาเขียนข้างฝากระท่อมว่า  
มานา  อย่านอนนัก เขียนเสร็จก็กลับไปบ้าน เก็บเอาความไม่พอใจไปบ่นให้ลูกสาวฟัง  
                     
ส่วนลูกเขยคือนายเขียว ตื่นขึ้นมาเห็นข้อความข้างฝากระท่อม  นายเขียวอ่านแล้ว  เขาก็รู้ทันทีว่าใครเป็นคนเขียน  จากนั้นนายเขียวก็เขียนโต้ตอบกลับทันทีว่า
เหนื่อยนัก ต้องพักผ่อน  จากนั้นก็ลงไปดำนาและฉีดยาฆ่าหญ้าตามคันนาเพราะมันขึ้นรกมาก ไม่สะดวกในการเดิน และอาจมีสัตว์เลื้อยคลาน พวกงู ตะขาบ หรือสัตย์อันตรายอื่นๆหลบอยู่ตามที่รกๆได้  เป็นอันตรายในการเดินตามคันนา เขาจึงนำยาฆ่าหญ้ามาฉีดพ่น  ซึ่งยาฆ่าหญ้าตราหมาแดงเป็นที่นิยมของเกษตรกรมาก                       เขาทำงานจนตะวันตกดิน  จึงกลับบ้าน อาบน้ำเตรียมตัวกินข้าวเย็น  นางแป๋วผู้เป็นภรรยามีสีหน้าบึ้งตึง ทำให้นายเขียวรู้สึกได้ทันทีว่าอะไรเกิดขึ้น  ทุกคนในบ้านไม่มีใครพูดคุยอะไรเลยในขณะกินข้าเย็น ต่างคนต่างกินแล้วก็เข้าห้องนอน                        นางแป๋วกลับเข้าห้องนอนเจอนายเขียวนางแป๋วก็ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า เจ้าไปเฮ็ดหยังอยู่นา 
         นายเขียวก็ตอบว่า
อ้าว!กะไปดำนาตัวะเน๊าะ             นางแป๋วก็สวนกลับว่า ไปดำนารึไปนอนเว็น(นอนกลางวัน)”   
         นายเขียวพูดตอบเมื่อยกะนอนนั่นล่ะ            นางแป๋วก็บ่นยาวต่อไปว่า จังแมนดีคักเน๊าะ..........           จากนั้นต่างคนต่างก็มีอารมณ์โมโห  ไม่พูดคุยกันอีก  จนกระทั่งเช้า  นายเขียวก็ออกไปนา แต่เช้า   นายแดงพ่อตาก็ตามออกไปนาเหมือนกัน   นายแดงเห็นต้นหญ้าตามคันนาเหี่ยวเฉาแห้งตายก็พอใจ  เข้าไปถามลูกเขยว่า ทิดเขียว แมนใช้ยาฆ่าหญ้าตราอีหยัง  คือดีแท้   หญ้าตายเบิ๊ดเลย!....           ลูกเขยก็ตอบว่า ตราหมาแดงนายแดงพ่อตาได้ยินเต็มสองหู  นึกว่าลูกเขยด่า ก็โมโห หันรีหันขวางไปเห็นเสียมวางอยู่ใกล้จึงจับด้ามเสียมฟาดไปที่ลูกเขย "มึงตาย!....."
                   นายเขียวเตรียมพร้อมอยู่แล้วรีบกระโดดหนีทันที  พร้อมกับชี้มือไปที่แกลลอนยาฆ่าหญ้าที่วาง อยู่ใกล้ๆ  
หมาแดง  หมาแดงอีหลี นั่นหมาแดง แกลลอนวางอยู่นั่น  อ่านเบิ่ง”                      นายแดงหันไปดูแกลลอนยาฆ่าหญ้า  เห็นรูปหมาสีแดงติดอยู่ข้างแกลลอนก็หยุดวิ่ง พร้อมพูดว่า อ้าว! หมาแดงอีหลีตั๊วะนี่!.....”                       (เฮ้อ ....เกือบแล้วไหมล่ะนายเขียวเอ๊ย!.....ทีหลังก็บอกไปเล๊ยว่า  หมาดำ  หรือหมาเขียว...จะได้ไม่ต้องวิ่งหนีให้เมื่อย ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า ...)


เรื่องจริงคลายเครียดเรื่องที่28"ลูกสาวติ๊งต๊อง"

เขียนโดย: Krupis ใน บันเทิง/คลายเครียด

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Krupis

           


นิทานคลายเครียด เรื่องที่27 "เม็ดถั่วกับเงิน"

เขียนโดย: Krupis ใน บันเทิง/คลายเครียด

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Krupis

              อ๊ะๆๆ...รู้นะว่าคิดอะไรอยู่...บางครั้ง   ชื่อเรื่องก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิดหรอกนะค๊า!   เรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณครูสาวสวยคนหนึ่ง  เธอเพิ่งไปปฏิบัติงานเป็นเดือนแรก (บรรจุใหม่ค่ะ)และผู้อำนวยการก็จะคอยสังเกตการมาปฏิบัติงานของเธอประจำ   ในช่วงสัปดาห์แรกๆ  เธอจะไปโรงเรียนสายบ่อยๆ   "เธอคงจะยังไม่ชินกับงานมั๊ง!" ท่านผู้อำนวยการคิดในทางบวก  จนกระทั่งกลางเดือนก็แล้ว  ปลายเดือนก็แล้ว เธอก็ยังมาสายอยู่เนืองๆ    ท่านผู้อำนวยการเกรงว่าจะเสียการปกครอง  จึงเรียกครูสาวเข้าไปพบพร้อมกับกล่าวเตือนว่า 


ขำ ขำ นายhaamหดกับกบวิเศษ

เขียนโดย: thanyaphat ใน บันเทิง/คลายเครียด

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

thanyaphat

จะได้ย้ายไปเป็นครูอุบลแล้วก็ฝากเรื่องคลายเครียดอ่านสนุกๆ อย่าหาว่าทะลึ่งนะคะ  (ปกติเป็นเอามากกว่าทะลึ่งค่ะ อิ อิ)


นิทานคลายเคลียด เรื่องที่ 24 "พระอิศวรกับสาว 3 นาง"

เขียนโดย: Krupis ใน บันเทิง/คลายเครียด

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Krupis

ของฝากจาก ผอ.ดีประจำตำบล

เขียนโดย: นายวรวิทย์ บุญหนัก ใน บันเทิง/คลายเครียด

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

นายวรวิทย์  บุญหนัก

ชีวิตกับการทำงาน


นิทานคลายเครียด เรื่องที่ 23 "เพื่อชาวบ้านบางระจัน"

เขียนโดย: Krupis ใน บันเทิง/คลายเครียด

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Krupis

                 ในช่วงใกล้จะปิดเทอมนี้  ขอแถมท้ายด้วยนิทานคลายเครียดเรื่องเกี่ยวกับการเสียสละของทหารหาญนานาชาติ  ที่ร่วมกันฝึกปฏิบัติการด้วยเฮลิคอปเตอร์ ของสหประชาชาติ  เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กำลังแรงใจกับทหารหาญที่เป็นรั้วของชาติอยู่ขณะนี้  เรื่องมีอยู่ว่า  เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่กำลังฝึกบินปฏิบัติการเหนือหุบเขาและป่าทึบ   แต่ไม่นานนักเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ก็ค่อยๆร่อนลงๆ เฉียดปลายเขาหลายต่อหลายครั้ง  ทหารหาญผู้แทนของนานาชาติทุกคนบนเฮลิคอปเตอร์ ลำนั้นกำลังตกใจและขวัญเสียเป็นอย่างมาก

            และในช่วงอกสั่นขวัญระทึกอยู่นั้น  นักบินก็ประกาศว่า เรากำลังประสบปัญหาน้ำหนักของผู้โดยสารเกินกำลังอัตราของเฮลิคอปเตอร์จะรับได้!  แต่ถ้าเราสามารถลดน้ำหนักของเฮลิคอปเตอร์ลงได้ โดยให้ผู้โดยสารลดลงบ้าง   เราก็จะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้แน่นอน ผมต้องการผู้เสียสละพลีชีพเพื่อชาติ"   นาน...สักครู่อึดใจ  ก็มีผู้แทนจากประเทศญี่ปุ่นก้าวมาที่ประตู พร้อมกับตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า เพื่อพระมหาจักรพรรดิ์และดินแดนอาทิตย์อุทัยอันโชติช่วง ข้าขอพลีชีวิตเพื่อชาติ”  ว่าแล้วกระโดดลอยละลิ่วลงไปสู่พื้นปฐพีข้างล่าง ท่ามกลางสายตาแสนเวทนาและสยดสยองของเพื่อนร่วมทาง

            อีกไม่นานนัก ผู้แทนจากประเทศจีนก็ยืนตะโกนก้องว่า เพื่อท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ” ว่าแล้วกระโดดกางแขนลอยละลิ่วสู่พื้นโลกตามหลังผู้แทนจากประเทศญี่ปุ่น...  ทุกคนกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึง

           ครู่เดียว ผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาก็ตะโกนสุดเสียงว่า  เพื่อเสรีภาพอันยิ่งใหญ่แล้วกระโดดออกจาก ฮอ”อย่างกล้าหาญโดยไม่รีรอ

           เฮลิคอปเตอร์ยังคงร่อนต่ำลงๆอย่างรวดเร็ว  ชั่วอึดใจหนึ่ง  ผู้แทนจากรัสเซียร้องก่อนกระโดดว่า เพื่อเลนินสตาลินและพรรคคอมมูน” เขาพูดก่อนที่จะทิ้งร่างลอยละลิ่วลงไป......  ไม่นานนักเฮลิคอปเตอร์ที่บินต่ำลงแว็บเฉียดยอดเขาสูงนิดเดียว  ..  ทหารผู้แทนพม่าซึ่งยืนอยู่เป็นคนลำดับที่6 ก็ยิ้มออกมาทางแววตาและมุมปาก   ด้วยความดีใจเพราะคิดว่า  เขาน่าจะไม่ได้ดิ่งพสุธาแน่แล้ว  เพราะผู้แทนจากประเทศไทยยืนรอเป็นคนลำดับที่5อยู่ข้างๆเขาแล้ว...    ผู้แทนจากประเทศไทยขยับตัวห่างออกจากผู้แทนชาวพม่านิดหนึ่ง และพูดด้วยน้ำเสียงอันดัง เพื่อให้คนในเฮลิคอปเตอร์ทั้งลำได้ยินว่า  “เพื่อพี่น้องชาวบ้านบางระจัน!..” ว่าแล้วเขาก็ยกเท้าขึ้นถีบผู้แทนจากพม่าที่ยืนข้าง ๆ กระเด็นออกไป ลอยละลิ่วสู้พื้นผิวแผ่นดินทันที.......(โอ้โฮ! ....ช่างกล้าหาญมั๊กๆ ที่ทำอย่างนี้....มิน่าล่ะ!..................ฮิฮิฮิ  ไม่กล้าคิดดังค๊า! ขำขำนะคะอย่าคิดมาก)


เริ่มแรก
ย้อนกลับ
1

Site Login